นักวิชาการเสนอภาครัฐคืนผิวการจราจร แก้ปัญหาฝุ่นละออง

วันที่ 19 ม.ค. 2562 เวลา 04:42 น.

Views

นายจำนง สรพิพัฒน์ กรรมการบริหาร สมาคมวิจัยวิทยาการขนส่งแห่งเอเชีย กล่าวในงานเสวนา "PM 2.5 ผลร้ายการพัฒนา สวนทางความยั่งยืน" ว่าปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาการจราจรติดขัดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตามเส้นทางก่อสร้างรถไฟฟ้า ซึ่งมีพื้นผิวการจราจรลดลง

โดยพบว่าการจราจรติดขัด ทำให้เกิดการเผาไหม้ของน้ำมันดีเซลในรถยนต์ออกสู่อากาศมากขึ้น รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข ลดความเข้มข้นของมลพิษท่อไอเสีย ลดปัญหาการจราจรติดขัดในเขตเมือง รวมทั้งลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนน โดยเสนอให้ภาครัฐคืนพื้นผิวจราจร ในช่วง 2 เดือนนี้ เพื่อให้การจราจรคล่องตัว ซึ่งช่วยลดการเผาไหม้ของเครื่องยนต์บนท้องถนน

ด้าน นายสุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยนโยบายการขนส่ง
และโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI (Thailand Development Research Institute) ระบุว่า คนไทย
ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะเพียง 21% เมื่อเทียบกับจำนวนรถโดยสารที่ให้บริการอยู่ โดยภาครัฐต้องหาทางควบคุมการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เช่น จัดเก็บค่าเข้าพื้นที่, เพิ่มภาษีรถยนต์ และควบคุมพื้นที่จอดรถ จะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด และลดปัญหาฝุ่นละอองได้

ขณะที่ นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. เปิดเผยว่า รฟม. ได้สั่งหยุดการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองในพื้นที่ 3 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม, สีชมพู และสีเหลือง ในช่วงวันที่ 16-22 มกราคมนี้

รวมทั้งสั่งให้ผู้รับจ้างก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าทุกสาย ดำเนินการตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด เพื่อลดฝุ่นละออง เช่น การทำความสะอาดพื้นที่ก่อสร้างและถนน ด้วยรถกวาดดูดฝุ่น และการฉีดล้างถนน การปิดคลุมกระบะรถบรรทุก และกองวัสดุก่อสร้างให้มิดชิด และติดตั้งรั้วทึบสูงอย่างน้อย 2 เมตร รอบพื้นที่ก่อสร้าง เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังได้ยกเว้นค่าจอดรถยนต์ สำหรับผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วง 4 แห่ง ได้แก่ อาคารจอดรถสถานีคลองบางไผ่, สถานีสามแยกบางใหญ่, สถานีบางรักน้อยท่าอิฐ และสถานีแยกนนทบุรี 1 ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อให้ประชาชนหันมาใช้บริการรถไฟฟ้าแทน

ขณะที่ นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ได้สั่งตรวจสอบสภาพรถเมล์ที่มีควันดำ ห้ามนำออกวิ่งให้บริการเด็ดขาด พร้อมยืนยันว่าตั้งแต่สัปดาห์หน้า จะไม่มีรถเมล์ควันดำวิ่งบนถนนอย่างแน่นอน รวมทั้งให้รถเมล์เปลี่ยนจากที่ใช้น้ำมันดีเซล B7 ไปใช้ B20 เพื่อแก้ปัญหาควันดำและฝุ่นละออง

ด้านตำรวจจราจร ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจสอบเอาจริงบังคับใช้กฎหมาย จับ-ยกรถบนถนน 21 สายหลัก ที่จอดกีดขวาง เพื่อเร่งระบายรถ และแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด ซึ่งเป็นสาเหตุของควันพิษและฝุ่นละออง
              
ขณะที่ คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางได้สั่งให้ชะลอการปรับขึ้นค่าโดยสารทุกประเภท ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคมนี้ ออกไปก่อน ทั้งรถเมล์ของ ขสมก. และรถเมล์ร่วม ขสมก. รวมทั้งรถทัวร์ เนื่องจากต้องการให้ผู้ใช้รถยนต์และรถกระบะในกรุงเทพฯ ซึ่งใช้น้ำมันดีเซล ที่มีอยู่ประมาณ 2,500,000 คัน หันไปใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทน

โดยคาดว่าภายใน 1-2 เดือน ปัญหาฝุ่นละอองจะกลับสู่ภาวะปกติ หรือลดลง จากนั้นจึงค่อยกลับมาพิจารณาช่วงเวลาปรับขึ้นค่าโดยสารอีกครั้ง