News

หลานสาวนายตำรวจ ถูกหลอกขายสินค้าออนไลน์ สูญเงินแล้วยังไม่ได้ของ

มีผู้เสียหายที่ถูกหลอกซื้อสินค้าทางออนไลน์ สูญทั้งเงินและไม่ได้รับสินค้าอีกแล้ว คราวนี้มีหลานนายตำรวจรวมอยู่ด้วย

นางสาวณิชาภา เมฆหมอก หลานสาว พลตำรวจโทมนู เมฆหมอก ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าแจ้งความกับตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้ติดตามจับกุมตัวหญิงสาวคนหนึ่ง โดยเธอเล่าว่าพฤติการณ์ก็เหมือนมิจฉาชีพรายอื่น ๆ คือพอสั่งซื้อสินค้าเป็นเสื้อผ้าแล้วโอนเงินให้ ก็ไม่ได้รับสินค้า เงินก็ไม่ได้คืน เมื่อทวงถามก็จะบ่ายเบี่ยง ก่อนจะขาดการติดต่อไป จากนั้นก็จะไปเปิดเพจหลอกลวงผู้เสียหายรายอื่นต่อ

จากการรวบรวมข้อมูลตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว จนถึงเดือนมกราคมปีนี้ มีผู้เสียหายถึง 433 คน ความเสียหายรวมกว่า 330,000 บาท โดยหลังจากที่ผู้เสียหายพยายามติดตามทวงเงินคืน หญิงคนนี้ก็เริ่มทยอยคืนเงินแล้ว 120 คน แต่ขณะเดียวกันก็พบว่า ยังคงไปเปิดเพจหลอกลวงผู้เสียหายอื่นอีก คาดว่าเพื่อหาเงินมาหมุนคืนผู้เสียหายกลุ่มแรก ๆ

รายที่ 2 ที่ไปแจ้งความกับตำรวจ ก็มีพฤติการณ์คล้าย ๆ กัน คือ มีผู้เสียหายกว่า 200 ราย ที่สั่งซื้อกระเป๋าเดินทาง และเครื่องปั่นน้ำแข็งจากทางเพจ "Good Idea Online" แต่เมื่อโอนเงินไปแล้วก็ไม่ได้รับสินค้า ผู้เสียหายบอกเหมือน ๆ กันว่า ผู้ต้องหารายนี้สร้างความน่าเชื่อถือโดยการใช้บัตรประชาชนตัวจริง และบัญชีธนาคารมายืนยัน เมื่อพยายามทวงเงินคืนก็จะถูกบล็อกไม่ให้ติดต่อกันได้อีก

สำหรับรายนี้มีผู้เสียหายถูกหลอกรวมมูลค่าความเสียหายกว่า 300,000 บาท

รายสุดท้ายรวมตัวมากันเป็นกลุ่ม โดยผู้เสียหายกลุ่มนี้บอกว่าถูกหลอกให้ร่วมลงทุนนำผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ไปวางขายในร้านขายเครื่องสำอางตามห้างสรรพสินค้า

หนึ่งในผู้เสียหายบอกว่า ทำสัญญากับบริษัทนี้มาตั้งแต่ปี 2559 โดยเจ้าของบริษัทลงโฆษณาชักชวนให้คนไปลงทุนผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่ามีพื้นที่ขายสินค้าให้กับผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SME ในห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ที่มีอยู่กว่า 200 สาขา จึงตัดสินใจทำสัญญาเช่าเป็นรายปี พร้อมกับจ่ายเงินไป 30,000-40,000 บาท

แต่หลังจากเปิดร้านไปได้ไม่นาน ร้านก็ปิดตัวไป โดยทางห้างฯ บอกว่า บริษัทดังกล่าวค้างชำระค่าเช่าพื้นที่ จึงยึดสินค้าชั่วคราวระหว่างรอการชำระหนี้ เวลาผ่านไปจนสินค้าหมดอายุ บริษัทนี้ก็ยังไม่จ่ายเงิน แต่กลับเห็นไปโฆษณาเชิญชวนผู้ค้ารายอื่นไปร่วมลงทุนเพิ่ม จึงตัดสินใจรวมตัวกันเข้าแจ้งความ

ความเสียหายไม่ได้มีแค่เฉพาะผู้ที่ถูกหลอกให้ไปร่วมลงทุนคนไทยเท่านั้น พบว่ายังมีทั้งชาวจีนและชาวยูเออี ถูกหลอกให้ร่วมลงทุนในลักษณะเดียวกันนี้อีก รวมความเสียหายสูงถึงหลักล้านบาท และยังมีพนักงานที่สมัครงานไปทำ ก็ถูกให้ออกเป็นจำนวนมาก ส่วนใครที่ไหวตัวทันไปติดตามทวงเงินคืน ทางบริษัทก็จะอ้างเรื่องผิดสัญญาหักเงินไป 15% และจ่ายเช็คมาให้ แต่เมื่อนำไปขึ้นเงินกลับไม่สามารถขึ้นเงินได้ ทั้งนี้ จากการตรวจประวัติของเจ้าของบริษัท ยังพบว่าถูกดำเนินคดีฉ้อโกงเงินหลายคดี บางคดียังอยู่ระหว่างต่อสู้ในชั้นศาลด้วย