เจาะสนามเลือกตั้ง 62 : กกต.ยังไม่สรุปกรณีเสนอบัญชีนายกฯ พรรคไทยรักษาชาติ

วันที่ 12 ก.พ. 2562 เวลา 07:12 น.

Views

จนถึงขณะนี้ กกต. ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าการกระทำของพรรคไทยรักษาชาติ กรณีเสนอบัญชีนายกฯ ของพรรค เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ โดยเตรียมทาบทามคนนอกมาร่วมพิจารณา เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

เมื่อวานนี้ (11 ก.พ.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง ใช้เวลาทั้งวันเพื่อพิจารณาเรื่องบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรคการเมือง โดยที่สุดได้ออกประกาศรับรองผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง มีจำนวนทั้งสิ้น 69 คน จาก 45 พรรคการเมือง ตามที่ได้ยื่นมายัง กกต. โดยไม่มีพระนามของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่เสนอโดยพรรคไทยรักษาชาติ

ทั้งนี้ กกต. ให้เหตุผลว่า พระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ทรงอยู่ในหลักการเกี่ยวกับการดำรงอยู่เหนือการเมือง และความเป็นกลางทางการเมืองของพระมหากษัตริย์ และไม่สามารถดำรงตำแหน่งใด ๆ ในทางการเมืองได้ เพราะจะเป็นการขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ทั้งนี้ ตามพระราชโองการประกาศสถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2562 ประกอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยังได้ข้อสรุปที่จะตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีมีการร้องขอให้ตรวจสอบว่าการกระทำของพรรคไทยรักษาชาติ กรณีเสนอพระนาม ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นบัญชีนายกรัฐมนตรีของพรรค เข้าข่ายผิดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เป็นเหตุให้ กกต. ต้องเสนอความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสั่งยุบพรรคหรือไม่

โดยที่ประชุมเห็นว่าคณะกรรมการไต่สวนควรจะมีจำนวน 5-7 คน และมีคนนอกเข้ามาร่วมมากกว่าคนใน เนื่องจากเรื่องดังกล่าวมีความละเอียดอ่อนเกี่ยวข้องกับสถาบันเบื้องสูง รวมทั้งผลการสอบสวนต้องได้รับการยอมรับจากบุคคลภายนอก จึงให้ทางสำนักงานไปพิจารณาตัวบุคคล แล้วมาเสนอต่อที่ประชุม กกต. ก่อนไปทาบทาม และกลับมาเสนอต่อ กกต. เพื่อมีคำสั่งแต่งตั้งต่อไป ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ จะมีการพิจารณาในการประชุม กกต. อีกครั้งในวันนี้

และเมื่อวานนี้ นายรุ่งเรือง พิทยศิริ กรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ เข้ายื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อลาออกจากการเป็นกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรค โดยให้เหตุผลว่า ครอบครัวไม่ต้องการให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง โดยได้ยื่นหนังสือลาออกจากพรรคไปตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ดังนั้น จึงไม่เกี่ยวกับกรณีการยื่นบัญชีนายกฯ ของพรรค

นายรุ่งเรือง ระบุว่า ตนเองเข้ามาทำหน้าที่ในฐานะนักวิชาการช่วยร่างนโยบายเท่านั้น ส่วนการแจ้งชื่อลาออก ปกติเป็นหน้าที่ของพรรคในการแจ้งต่อ กกต. แต่ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงตัดสินใจมายื่นด้วยตนเอง

ส่วนบรรยากาศที่พรรคไทยรักษาชาติ เมื่อวานนี้มีแกนนำและสมาชิกพรรคเดินทางเข้าประชุมกลุ่มย่อย และวางแผนการหาเสียง โดยในส่วนของคณะกรรมการบริหารพรรค ได้นัดประชุมในช่วง 17.00 น. แต่ที่สุดก็ต้องยกเลิก โดยอ้างว่าเป็นการเรียกประชุมกะทันหัน ทำให้กรรมการบริหารพรรคหลายคนติดภารกิจในต่างจังหวัด กลับมาไม่ได้ ทั้งนี้ มีรายงานว่าที่บริเวณชั้น 2 ของพรรค เจ้าหน้าที่ได้ตั้งโต๊ะวางานพุ่ม และพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไว้ด้วย แต่ไม่มีคำยืนยันจากบุคคลภายในพรรคว่าเตรียมไว้เพื่อกิจกรรมอะไร

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคไทยรักษาชาติเป็นคนละพรรคกัน แต่เมื่อมีพระบรมราชโองการมาแล้ว ทุกฝ่ายต้องน้อมรับไว้เหนือเกล้า และถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ดังนั้นทุกคนก็ควรเดินหน้าทำหน้าที่นำเสนอนโยบายแนวคิดเพื่อบ้านเมือง สำหรับ พรรคเพื่อไทย พูดอยู่เสมอว่าจะนำแนวคิดทั้งหมดไปสู่การที่จะทำให้ประเทศชาติสงบสุขอย่างมีอนาคต

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช. สั่งเร่งแก้ไขปัญหาข่าวลือ ข่าวเท็จ หรือข่าวปลอม ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายเกิดขึ้นอยู่ในช่วงนี้ และยังไม่ทราบวัตถุประสงค์ที่มีการปล่อยข่าวต่าง ๆ ในขณะนี้ โดยเฉพาะการปลอมแปลงเอกสารคำสั่งหัวหน้า คสช. เรื่องโยกย้ายผู้บัญชาการเหล่าทัพ ระบุเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่หากจะมีการแต่งตั้งโยกย้าย จะไม่ใช้อำนาจตาม มาตรา 44 ทุกอย่างต้องดำเนินการตามขั้นตอนดังเช่นที่ผ่านมา มีคณะกรรมการพิจารณา โดยที่ตนเองไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยว พร้อมยืนยันความสัมพันธ์กับผู้บัญชาการเหล่าทัพเป็นพี่น้องกันมานาน ไม่ได้มีปัญหาอะไร

สำหรับการตอบรับยินยอมให้ พรรคพลังประชารัฐ เสนอชื่อตนเองในบัญชีนายกรัฐมนตรีของพรรคนั้น พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ตนเองจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกหรือไม่ เป็นเรื่องของพรรค ขณะนี้ขอทำงานในหน้าที่ของรัฐบาลต่อไป

สำหรับการปลอมแปลงคำสั่งหัวหน้า คสช. ดังกล่าว พันเอกหญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี มอบหมายให้ผู้แทนไปแจ้งความดำเนินคดีเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดแล้ว ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารทางราชการ

ส่วนเวทีประชันนโยบายการเมือง หัวข้อ ผ่าแนวคิด พรรคการเมือง อนาคตสุขภาพคนไทย ซึ่งมีแกนนำหลายพรรคร่วมประชันนโยบาย โดยประเด็นที่หยิบยกมาพูดถึง คือ แนวคิดการให้สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้าเฉพาะผู้มีรายได้น้อยเท่านั้น

เรื่องนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ระบุ หลักคิดอยู่ที่ต้องการให้ทุกคนได้รับสิทธิ์ทั่วถึงและเท่าเทียม หากแยกให้เฉพาะคนยากจนเท่านั้นจะมีปัญหา และไม่มีความเท่าเทียม

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่เห็นด้วยจะให้มีการเก็บเงิน เพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ทุกคนจะต้องเท่าเทียม เพราะเงินมาจากภาษีของประชาชน คนรวยช่วยคนจน คนดีช่วยคนป่วยได้ เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์กับประชาชน เราพัฒนามาจาก 30 บาท รักษาทุกโรค จะทำอย่างไรให้ดีขึ้น ครอบคลุมเข้าถึงสิทธิมากน้อยแค่ไหนในการรักษาโรค และบุคลากรที่ยังไม่เพียงพอ ความสะดวกของผู้ใช้บริการที่มีจำกัด

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ เป็นหลักประกันในความเสมอภาคที่เข้าถึงได้ทุกคน ดังนั้นจึงไม่ควรจะย้อนกลับไป เพราะช่วงแรกที่เก็บ 30 บาท ก็ถือว่าน้อยมาก ไม่ว่าจำเป็นในการระดมเงินเข้ามา ก็ไม่ควรกลับไปเก็บเงิน ณ จุดบริการ แต่จะทำให้ระบบนี้มีประสิทธิภาพเพียงพอ ทั้งเรี่องงบประมาณที่ไม่เพียงพอ ต้องทำระบบใหม่ให้สอดคล้องกัน สิ่งที่มีค่าใช้จ่ายสูงมากมีไม่กี่โรค ซึ่งหลักประกันถ้วนหน้ายังไม่เพียงพอ ต้องระดมเงินหามาเพิ่ม และจะต้องปฏิรูประบบภาษีให้คนที่มีกำลังจ่ายมากขึ้น

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ระบุ ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า เป็นมิติใหม่การเมืองเรื่องนโยบาย ที่จะเพิ่มความมั่นคงในชีวิต ซึ่ง พรรคอนาคตใหม่ ยืนยัน หลักประกันถ้วนหน้าตรงนี้ไว้ แต่ที่เห็นต่างกันตรงที่หากกระจายอำนาจให้ประชาชนอย่างจริงจัง เชื่อว่าจะเป็นการแก้ปัญหา เพราะยืนยันว่าทรัพยากรในประเทศมีเพียงพอที่จะดูแลคนป่วย เด็ก และคนชราได้

Tag : สนามข่าว 7 สี เจาะสนามเลือกตั้ง เกาะติดเลือกตั้ง 2562 เลือกตั้ง เลือกตั้ง 2562 พรรคไทยรักษาชาติ ไทยรักษาชาติ พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ