พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒

จับต่างชาติหนีซุกไทย+จับหญิงไทยโรแมนซ์สแกม

วันที่ 12 ก.พ. 2562 เวลา 11:20 น.

Views

คดีแรก ตำรวจ จับผู้ต้องหาเป็นชาวต่างชาติ 2 คน ในคดีฟอกเงินและเป็นที่ต้องการตัวของทางการสวีเดน หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งทางการประเทศสวีเดนได้ยกเลิกหนังสือเดินทางของบุคคลดังกล่าวแล้ว พฤติการณ์ คือในช่วงเดือนมกราคม 2559 ถึง เมษายน 2561 ได้ร่วมกันฟอกเงิน ที่ได้มาจากอาชญากรรมในประเทศสวีเดนและในต่างประเทศ รวมมูลค่าประมาณ 240 ล้านบาท

จับชายอิตาลี หนีหมายจับศาลกรุงโรม
คดีต่อมา จับชายสัญชาติ อิตาลี เป็นบุคคลตามหมายจับของศาลกรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี ในข้อกล่าวหา "ร่วมกันทุจริตในการล้มละลาย ฟอกเงิน  ปลอมและใช้ตราประทับทางราชการปลอม ละเว้นการแจ้งภาษี ปกปิดหรือทำลายเอกสารทางบัญชี หลีกเลี่ยงในการจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม"มูลค่าความเสียหาย 5.8 ล้านยูโร  หรือประมาณ 210 ล้านบาท โดยเหตุเกิดช่วงปี 2554-2559 หลังจากนั้นเดินทางมาอาศัยอยู่ในประเทศไทยประมาณ 3 ปี ประกอบธุรกิจร้านอาหารหรูใจกลางกรุงเทพมหานครและจังหวัดภูเก็ต  ซึ่งทางการอิตาลีเชื่อว่าได้นำเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดมาลงทุนในประเทศไทย และธุรกิจอื่นๆ ในต่างประเทศ

จึงควบคุมตัวและเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร  เนื่องจากเป็นคนต่างด้าวที่มีลักษณะต้องห้ามให้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักร เป็นกรณีรัฐบาลต่างประเทศออกหมายจับ จากนี้จะผลักดันออกไปนอกราชอาณาจักรต่อไป

จับหญิงไทยแก๊งโรแมนซ์สแกม
และคดีนี้ ตำรวจจับผู้ต้องหาเป็นหญิงไทย 3 คน แก๊งโรแมซ์สแกม หลอกผู้เสียหายในหลายพื้นที่ ข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน" ซึ่งผู้ต้องหา 2 คน เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ศปอส.ตร.จับกุมดำเนินคดีที่ สน.ดุสิต และได้ขยายผล จึงทราบว่ามีผู้เสียหายอีกหลายท้องที่ และมีผู้สั่งการคือนางสาวกัลยา เจนจัดทรัพย์ พักอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย