พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒

ปฏิบัติการบุกยึดฐานผู้ก่อความไม่สงบ จ.นราธิวาส พบอาวุธสงคราม คาดกลุ่มยิงถล่มพระ

วันที่ 13 ก.พ. 2562 เวลา 06:49 น.

Views

กองกำลังฝ่ายความมั่นคงบุกทำลายฐานที่มั่นของกลุ่มคนร้าย ก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจัดชุดไล่ล่าคนร้ายที่เหลือ ซึ่งคาดว่ายังอยู่ในพื้นที่

หลังเจ้าหน้าที่กองกำลังผสมได้ปะทะกับกลุ่มคนร้าย ในช่วงเที่ยงของวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จนทำให้มีคนร้ายเสียชีวิต 2 คน พร้อมกับตรวจยึดที่พักของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ เมื่อวานนี้ (12 ก.พ.) ชุดปฏิบัติการพิเศษร่วม จังหวัดนราธิวาส พร้อมชุดเก็บกู้ระเบิดหน่วยปฏิบัติการพิเศษกองกำกับการตำรวจภูธร จังหวัดนราธิวาส เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพภาคที่ 4 เพื่อไปยังจุดเกิดเหตุ บริเวณเทือกเขาหลังหมู่บ้านไอร์ลาฆอ หมู่ที่ 5 ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ เนื่องจากจุดเกิดเหตุ ภูมิประเทศเป็นเขาสูง ต้องส่งกำลังพลในจุดที่ใกล้เคียง ก่อนจะเดินเท้าไปตามหุบเขาที่ลาดชัน จึงจะถึงจุดที่พบศพของคนร้าย และใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง แบกศพออกมายังจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ เพื่อนำศพกลับมาพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลที่โรงพยาบาล

ขณะที่ พลตำรวจโทรณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้เดินทางลงไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุยิงปะทะ พร้อมเปิดเผยกับทีมสนามข่าว 7 สี ว่า ฐานที่มั่นที่ตรวจพบเป็นฐานที่มั่นถาวรของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ตั้งมาได้ไม่นาน พบเต็นท์สำหรับกางนอนประมาณ 8 เต็นท์ มีระบบประปา ซึ่งต่อท่อน้ำมาจากน้ำตก มาเก็บกักไว้ในถังเก็บน้ำ รวมทั้งยังมีโรงครัว และที่ประชุมด้วย ซึ่งในจุดดังกล่าวพบปลอกกระสุนตกอยู่จำนวนมาก และยังพบกองเลือดจำนวนหนึ่งด้วย จึงได้ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บรวบรวม พร้อมตรวจยึดเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัวที่พบ เพื่อนำไปตรวจสอบลายนิ้วมือแฝง และดีเอ็นเอ สำหรับเชื่อมโยงตัวบุคคล ว่าเคยก่อเหตุในพื้นที่ใดบ้าง และได้จัดกำลังอีก 1 ชุด อยู่ในพื้นที่ เพื่อไล่ล่ากดดันคนร้ายที่คาดว่าได้รับบาดเจ็บอีก 3-5 คน

ส่วนศพที่ถูกวิสามัญ จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น คือ นายอายิ ยามา อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 8 หมาย และ นายสุกรี มามุ อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับหลายคดี ส่วนอาวุธปืนที่ยึดได้ จำนวน 3 กระบอก ได้แก่ อาวุธปืน เอ็ม 16 เอ 2 ที่คนร้ายได้มาจากเหตุวางระเบิดรถฮัมวี่ เมื่อปี 2551 ครั้งนั้นมีทหารเสียชีวิตจำนวน 8 นาย, ปืนเอเค 102 ที่ได้มาจากเหตุยิงอาสาสมัครทหารพราน ที่อำเภอศรีสาคร เมื่อปี 2554 ส่วนกระบอกที่ 3 เป็นปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด จุด 22 ไม่มีทะเบียน ทั้งนี้ จะส่งไปตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุยิงถล่มวัดรัตนานุภาพ เมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้อดีตเจ้าอาวาสมรณภาพหรือไม่

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ยังระบุด้วยว่า การบุกยึดฐานที่มั่นในครั้งนี้ เป็นข้อมูลมาจากประชาชนในพื้นที่ที่ช่วยแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ

ด้าน พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ขบวนการดังกล่าวเป็นกลุ่มที่พยายามสร้างความแตกแยกให้กับพี่น้องชาวไทยพุทธ และมุสลิม ด้วยการสร้างสถานการณ์ทำร้ายพระสงฆ์ และโต๊ะอิหม่าม เพื่อต้องการให้คน 2 กลุ่ม เกิดความขัดแย้งกัน

โดยขณะนี้ พบว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุส่วนใหญ่จะเข้ามาอาศัยกบดานในพื้นที่ ดังนั้น จึงได้ปรับกลยุทธ์ในการดูแลรักษาความปลอดภัยใหม่ โดยให้ภาคประชาชนช่วยกันตรวจสอบและคัดกรองตัวบุคคล เพื่อป้องกันการก่อความไม่สงบ รวมถึงการจัดกำลังทหารไปดูแลความปลอดภัยถึงในพื้นที่ 

มีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า หลังเจ้าหน้าที่วิสามัญคนร้ายเสียชีวิต ทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ได้สั่งการไปยังผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทั้ง 13 อำเภอ เพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันการตอบโต้ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ที่อาจมุ่งเน้นไปยังเป้าหมายที่อ่อนแอ เช่น พระสงฆ์ ผู้นำศาสนา และชุมชนไทยพุทธ

Tag : สนามข่าว 7 สี ผู้ก่อความไม่สงบ ผู้ก่อความไม่สงบ นราธิวาส นราธิวาส บุกยึดฐานผู้ก่อความไม่สงบ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ชายแดนภาคใต้ ยิงถล่มพระ ยิงพระ วิสามัญคนร้าย ยิงถล่มวัดรัตนานุภาพ