พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงติดตามการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรให้แก่ราษฎรจังหวัดเชียงราย

วันที่ 13 ก.พ. 2562 เวลา 20:01 น.

Views

เวลา 08.11 น. วันนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินจากพระตำหนักดอยตุง ไปทรงติดตามการดำเนินโครงการเลี้ยงแพะพันธุ์แบล็คเบงกอล ในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุง พื้นที่ทรงงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และหน่วยงานต่าง ๆ ผลิตแพะพันธุ์แบล็คเบงกอล สายพันธุ์แท้ และสายพันธุ์ลูกผสม เพื่อรักษาสายพันธุ์ ให้มีความแข็งแรง ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของประเทศไทย และเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงพันธุ์แพะ ซึ่งจะช่วยให้ได้ผลผลิตเนื้อ หนัง และนมที่มีคุณภาพ มาตั้งแต่ปี 2553 ปัจจุบันมีแพะในโครงการ 469 ตัว ปีที่ผ่านมาได้ศึกษา วิจัย และขยายผลสู่เกษตรกร สนองพระราชดำริ จากการศึกษาในรอบปี 2559-2561 พบว่าลูกแพะพันธุ์แบล็คเบงกอล ที่เกิดจากพ่อพันธุ์นำเข้ามีน้ำหนักและขนาดของร่างกายดีกว่าที่เกิดจากพ่อพันธุ์ในประเทศ ส่วนการเลี้ยงแพะแบบขังมีแนวโน้มที่จะให้น้ำนมได้ดีกว่าการเลี้ยงแบบปล่อย ซึ่งมีการจัดทำคู่มือการเลี้ยงแพะพันธุ์แบล็คเบงกอลแจกจ่ายให้กับเกษตรกร เพื่อให้มีความรู้ที่ถูกต้อง นอกจากนี้ ยังมีการทดลองผลิตผลิตภัณฑ์จากนมแพะ อาทิ ครีมล้างหน้า ครีมบำรุงผิว และสบู่ เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยง ส่วนการป้องกัน ดูแลรักษาโรค มีการควบคุมและเฝ้าระวังโรคที่มักระบาดในแพะ อาทิ โรคเมลิออยด์ ที่เกิดจากแบคทีเรียในดิน ส่งผลให้แพะพิการและเป็นฝีในท้อง โรคข้อและสมองอักเสบ โรคพยาธิฮีมองคุส และเพื่อให้การอนุรักษ์เพาะขยายพันธุ์เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ได้จัดทำใบรับรองลายพิมพ์ดีเอ็นเอ และเก็บข้อมูลผลิตน้ำเชื้อแช่แข็งของพ่อพันธุ์แบล็คเบงกอล เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระดับสายเลือดป้องกันปัญหาเลือดชิด ที่จะส่งผลให้ได้พันธุ์แพะที่ด้อยคุณภาพ รวมทั้งอนุรักษ์สายพันธุ์แท้ไว้ใช้ประโยชน์ในอนาคต

เวลา 10.00 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังบ้านของนางเสาร์คำ สามารถ เกษตรกรบ้านร่องก๊อ ตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน ซึ่งเดิมปลูกยาสูบ ก่อนเข้าเป็นสมาชิกโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" และโครงการปลูกผักปลอดภัยภายใต้มาตรฐาน GAP โดยช่วยกันทำภายในครอบครัว ตั้งแต่ปี 2558 ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น เนื่องจากเป็นการเกษตรที่ปลอดสารเคมี ใช้ต้นหางไหล และทองพันชั่ง ผลิตสารชีวภาพกำจัดศัตรูพืช และมีรายได้จากการปลูกผักหมุนเวียนตลอดปี ซึ่งในปี 2561 ผลิตเมล็ดพันธุ์ผัก 3 ชนิด ได้แก่ ถั่วฝักยาวสีม่วงสิรินธร เบอร์ 1, ถั่วพู, และฟักทองพันธุ์อร่อย เก็บสำรองเป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทานที่ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ มีรายได้ 32,175 บาท และมีรายได้จากการปลูกผักปลอดภัย 22 ชนิด ส่งจำหน่ายผ่านร้านจันกะผัก 161,879 บาท และจำหน่ายเอง 40,000 บาท จากต้นทุนการผลิต 80,751 บาท

สำหรับโครงการปลูกผักปลอดภัยภายใต้มาตรฐาน GAP ในชุมชน ปี 2561 มีสมาชิก 110 คน พื้นที่การเกษตร 70 ไร่ ผลิตผัก 60 ชนิด เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ร้อยละ 22 ส่งจำหน่าย 11 แห่ง มีการควมคุมความเสียหายในการส่งและยืดอายุผัก เกษตรกรมีรายได้สม่ำเสมอ เกิดความมั่นคงในการครองชีพ เกิดการสร้างเครือข่ายผลิตสารชีวภาพและเชื้อจุลินทรีย์ใช้เองในกลุ่ม เกิดความเชื่อมั่นในการผลิตผัก และมีการขยายตลาดในชุมชน สิ่งสำคัญที่ทำให้สมาชิกฯ ประผลผลสำเร็จ คือ ความสามัคคี ดูแลกันและกันให้ปลูกพืชผักให้ปลอดภัยตามมาตรฐาน เพราะหากมีบ้านใดไม่ผ่านการตรวจสอบจะทำให้ทุกบ้านในกลุ่มไม่ผ่านมาตรฐานทั้งกลุ่ม

เวลา 11.42 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินโครงการศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ อำเภอแม่สาย ซึ่งผลิตเมล็ดพันธุ์ผักที่มีคุณภาพ เก็บรักษาไว้เป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทาน โดยในปี 2561 ทางศูนย์ฯ ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ปรับปรุงพัฒนาสายพันธุ์พืช จนได้พืชสายพันธุ์ใหม่ 4 สายพันธุ์ และได้พระราชทานชื่อ คือ แตงไทย หอมละมุน, มะเขือเทศ จักรพันธ์ฯ 1, มะเขือเทศ จักรพันธ์ฯ 2, และถั่วฝักยาวล้านนา ชวนอร่อย ซึ่งมูลนิธิชัยพัฒนาได้ขอขึ้นทะเบียนประกาศรับรองพันธุ์พืช จากกรมวิชาการเกษตร แล้ว

ในการนี้ ทรงพระดำเนินไปยังร้านจันกะผัก ทอดพระเนตรการใช้ระบบ QR Code เพื่อประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของกลุ่มเกษตรกรตัวอย่างที่ขยายผลจากโครงการศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ เพื่อให้ทราบถึงขั้นตอนการดำเนินงานของกลุ่มเกษตรกร ที่มาต้นทางการผลิต รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ผู้บริโภค

จากนั้น ประทับรถรางพระที่นั่งไปทอดพระเนตรการผลิตเมล็ดพันธุ์พระราชทาน ซึ่งในปีที่ผ่านมา ผลิตเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน 11 ชนิด อาทิ มะเขือยาว พริกขี้หนูปู่เมธ ถั่วแขกเหลืองเทพรัตน์ เบอร์ 1 และถั่วแขกสีม่วงสิรินธร โดยได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักแก่หน่วยงาน 98 แห่ง รวม 256,270 ซอง และราษฎร 5,601 ครัวเรือน, ในการนี้ พระราชทานชื่อพืชจากการพัฒนาพันธุ์ 3 ชนิด คือ กวางตุ้ง เหลืองล้านนา, ฟักทองประกายดาว ล้านนา, และสลัดช่อผกา พัฒนาเอง ด้านการผลิตผักปลอดภัยภายใต้มาตรฐาน GAP ส่งเสริมให้ปลูกผักด้วยกรรมวิธีที่ถูกต้อง ปลอดภัย มีการคัดบรรจุเพื่อให้ได้มาตรฐาน ปัจจุบันมีราษฎรในอำเภอแม่สาย แม่จัน และเชียงแสน เข้าร่วมโครงการ 110 ราย ผลิตผักสด 60 ชนิด, การผลิตจุลินทรีย์ และสารชีวภาพ มุ่งเน้นลดการใช้สารเคมีในการปลูก โดยผลิตสารชีวภาพ 11 ชนิด เพื่อควบคุมโรคพืชและกำจัดแมลง อาทิ จุลินทรีย์หน่อกล้วย น้ำหมักใบยาสูบ ฮอร์โมนหัวปลี น้ำส้มควันไม้ และเชื้อราป้องกันโรคโคนเน่ารากเน่า กำจัดแมลง และเสริมประสิทธิภาพรากพืชให้ดูดซึมธาตุอาหารให้ดีขึ้น

ต่อจากนั้น พระราชทานวุฒิบัตรแก่ผู้แทนทหารพันธุ์ดีที่ผ่านการอบรมจากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดเชียงราย รุ่นที่ 1 ถึงรุ่นที่ 24 รวม 190 นาย เพื่อให้กำลังพลของกองทัพมีความรู้ ความสามารถในการปลูกผักปลอดภัย และมีคุณภาพได้มาตรฐานเพื่อบริโภค ลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน และจำหน่ายเป็นรายได้เสริม โดยให้พลทหารกองประจำการแต่ละผลัด อาสาเข้าร่วมโครงการฯ เรียนรู้วิธีปลูกผักปลอดภัย ตั้งแต่การเตรียมแปลง การหว่านหรือการเพาะกล้า การเก็บเกี่ยวทำความสะอาด การจำหน่ายเข้าโรงเลี้ยงของค่าย หรือในตลาดท้องถิ่น

เวลา 16.55 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมกลุ่มผลิตพันธุ์ข้าวและผลิตเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย มูลนิธิชัยพัฒนา โดยศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดเชียงราย ได้จัดตั้งโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" บ้านสันหลวงใต้ และบ้านสันบุญเรือง ตำบลเกาะช้าง เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ ด้วยการผลิตข้าวประณีต ปราศจากพันธุ์ปนหรือข้าวเมล็ดแดง ซึ่งชุมชนที่เข้าร่วมโครงการฯ ทุกกลุ่มจะต้องตั้งคณะกรรมการบริหารงานภายในกลุ่ม เพื่อดำเนินกิจกรรมของกลุ่มให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดมีคณะกรรมการควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว ตั้งแต่แปลงนาผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวจนถึงการบรรจุและเก็บรักษา การปลูกโดยวิธีปักดำเท่านั้น และต้องเก็บเกี่ยวด้วยมือหรือรถเกี่ยวข้าวที่สะอาด เพื่อป้องกันการปนของข้าวพันธุ์อื่น หรือข้าวเมล็ดแดง ซึ่งต้องผ่านการตรวจสอบจากกรรมการควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โดยในปี 2561 มีเมล็ดพันธุ์ข้าวปทุมธานี 1 ผ่านเกณฑ์เป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานกว่า 546 ตัน และนำเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานที่เป็นผลผลิตของปี 2560-2561 ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย 1,918 คน รวม 466 ตันเศษ เกษตรกรรับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานไปปลูกกว่า 31,100 ไร่ และจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวปทุมธานี 1 ในราคาประหยัดกว่าท้องตลาดแก่เกษตรกรกว่า 81 ตัน ปัจจุบันเหลือเมล็ดพันธุ์ข้าวพร้อมพระราชทาน 203 ตันเศษ

เวลา 17.32 น. เสด็จพระราชดำเนินไปศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย โอกาสนี้ ทรงฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์ฯ ในรอบปีที่ผ่านมา เช่น การรับซื้อผลผลิตเมล็ดชาจากแปลงปลูกชาน้ำมันของเกษตรกร พื้นที่เขตปูนะและปางมะหัน อำเภอแม่ฟ้าหลวง มากกว่า 69,600 กิโลกรัม นำไปหีบได้น้ำมันเมล็ดชา 17,900 ลิตร ผลิตเป็นน้ำมันเมล็ดชา ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และเวชสำอาง ส่งจำหน่ายภายใต้ตราสินค้า "ภัทรพัฒน์", การศึกษาและพัฒนาการปลูกชาน้ำมัน ที่นักวิจัยไทย ทำงานร่วมกับนักวิจัยจากสถาบันวิจัยป่าไม้กวางสี สาธารณรัฐประชาชนจีน คิดต่อยอดและคัดเลือกพันธุ์ชาน้ำมันและถ่ายทอดองค์ความรู้ เรื่องการเพิ่มผลผลิตชาน้ำมันแก่เกษตรกร เพื่อให้ได้สายพันธุ์ชาน้ำมันที่เหมาะกับพื้นที่ รวมทั้งหาวิธีเพิ่มผลผลิตในอนาคต ส่วนการพัฒนาด้านอื่น ๆ เช่น พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีรูปแบบทันสมัย, พัฒนาเครื่องวัดค่าความชื้นเมล็ดชาและปรับปรุงกระบวนการจัดเก็บ ให้สามารถควบคุมความชื้นได้ดีขึ้นระหว่างรอการผลิต, ปรับปรุงไซโลอบแห้งเมล็ดชาน้ำมัน ด้วยการเพิ่มฉนวนกันความร้อน ช่วยลดการใช้พลังงานได้ถึงร้อยละ 55, ด้านงานบริการสังคม มีผู้สนใจเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์ฯ มากกว่า 9,000 คน มีกิจกรรมทำร่วมกับชุมชน เช่น โครงการส่งเสริมการปลูกพืชน้ำมันที่ผลิตเมล็ดพืชน้ำมันมีคุณภาพ นำไปใช้ในกระบวนการผลิตได้ต่อไป

โอกาสนี้ ได้ทอดพระเนตร "ร้านเมล็ดชา" ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากเมล็ดชา สินค้าเด่น คือ น้ำมันเมล็ดชา ช่วยลดคลอเรสเตอรอล, เวชสำอาง เช่น ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด SPF 50 PA+++, เซรั่ม และมอยส์เจอร์ไรเซอร์ นอกจากนี้ ยังมีเสื้อยืดย้อมสีจากเปลือกเมล็ดชา และโคลนธรรมชาติ

จากนั้น ทอดพระเนตรเมนูอาหารคาวและอาหารหวาน จากฝีมือผู้เข้าแข่งขันรายการ "MasterChef Thailland ซีซั่น 3" ที่นำน้ำมันเมล็ดชา จากร้านภัทรพัฒน์ และผักปลอดสารพิษจากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดเชียงราย ประกอบเป็นเมนูอาหาร เสร็จแล้วทรงประกอบอาหาร "ยำสลัดหมูซู่ซ่า" เป็นเมนูอาหารพระราชทานแก่ "ร้านเมล็ดชา" ประจำปี 2562

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริให้มูลนิธิชัยพัฒนา จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมันขึ้น เมื่อปี 2554 เพื่อเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมันอื่น ๆ ภายในศูนย์ฯ มีโรงงานผลิตน้ำมันจากเมล็ดชาและพืชน้ำมัน เพื่อผลิตน้ำมันคุณภาพสูงสำหรับบริโภคและทำผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง ด้วยมีพระราชประสงค์ที่จะให้โรงงานนี้ เป็นต้นแบบการใช้ขั้นตอนการผลิตที่เข้าใจง่าย ถูกสุขอนามัยและรักษาสิ่งแวดล้อม มีส่วนการผลิตผลิตภัณฑ์จากกากวัตถุดิบเหลือใช้ เพื่อนำทุกส่วนของพืชไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่ด้านนอกของศูนย์ฯ ออกแบบให้เป็นส่วนพักผ่อนให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงาม และได้ความรู้เรื่องพืชน้ำมัน ปัจจุบันมีผู้เข้าเยี่ยมชมตลอดทั้งปี มีได้รายได้จากภาคการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ที่สำคัญ คือ สามารถขยายผลการผลิตชาน้ำมันและพืชน้ำมันสู่ชุมชนในอำเภอแม่สายและพื้นที่ใกล้เคียง ปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 694 ราย มีพื้นที่ปลูกชาน้ำมันมากกว่า 3,400 ไร่ ช่วยเพิ่มพื้นที่ป่า เป็นการเกื้อกูลกันระหว่างคนกับป่าอย่างแท้จริง

Tag : สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี งานส่งเสริมการเกษตร เชียงราย