สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดเชียงราย เป็นวันสุดท้าย

วันที่ 15 ก.พ. 2562 เวลา 20:02 น.

Views

เวลา 08.42 น. วันนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังบ้านเล่าวางใหม่ ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ทรงติดตามการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรที่เข้าร่วมโครงการศึกษาและพัฒนาการปลูกชาน้ำมัน ซึ่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปดำเนินงานตั้งแต่ปี 2548 โดยเฉพาะราษฎรบ้านเล่าวางใหม่ ซึ่งเดิมทำไร่เลื่อนลอย ปลูกข้าวโพด หลังโครงการฯ เข้ามาให้ความรู้และส่งเสริมการปลูกชาน้ำมัน พร้อมจัดสรรที่เพาะปลูกอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมการปลูกชาอัสสัม และมอบแม่พันธุ์หมูพระราชทาน ส่งผลให้ราษฎรมีรายได้ตลอดทั้งปี และมีแหล่งรายได้หลายทาง พร้อมกันนี้ ได้ส่งเสริมแนวทางลดรายจ่าย โดยมอบไก่กระดูกดำพระราชทานสำหรับเป็นแหล่งโปรตีน ส่วนเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทานสามารถปลูกไว้รับประทานในครัวเรือน และมีรายได้จากการดูแลแปลงชาน้ำมันและผลผลิตจากชาน้ำมันและชาอัสสัม ทำให้ราษฎรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความมั่นคง และมีรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มจาก 18,648 บาทต่อปีในปี 2549 เป็น 273,043 บาทต่อปีในปัจจุบัน โดยราษฎรส่วนใหญ่มีรายได้เฉลี่ยต่อปีสูงกว่าเส้นความยากจนของจังหวัดเชียงราย
              
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังฐานปฏิบัติการบ้านแม่หม้อ ตำบลเทอดไทย ซึ่งเป็นที่ตั้งของหมวดทหารม้าที่ 3 กองร้อยทหารม้าที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 ตั้งอยู่บนแนวสันเขาของเทือกเขาแดนลาว พรมแดนไทย-เมียนมา สำหรับสถานการณ์แนวชายแดนในพื้นที่ ปัจจุบันอยู่ในภาวะปกติ การสู้รบระหว่างทหารเมียนมากับกองกำลังชนกลุ่มน้อยในบริเวณนี้เกิดขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2544 ส่วนสถานการณ์ยาเสพติดปัจจุบันการผลิตอยู่ในภาวะล้นความต้องการใช้ภายในประเทศ ทำให้ราคายาเสพติดที่ผลิตในสามเหลี่ยมทองคำมีแนวโน้มลดลง โดยรัฐบาลได้กำหนดมาตรการเน้นย้ำสำคัญ คือ ความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อลดการผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ลดความต้องการใช้ยาเสพติด และพัฒนาคุณภาพชีวิตและชุมชน
              
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังแปลงปลูกชาน้ำมันของนางหมี่โอเซหมื่อ ราษฎรบ้านแม่หม้อ ที่เข้าร่วมโครงการฯ ปลูกชาน้ำมันบนพื้นที่ 5 ไร่ โดยเป็นสมาชิกโครงการฯ ที่ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ในปี 2560 ได้ผลผลิตชาน้ำมันสูง แต่ปีที่ผ่านมาได้ผลผลิตลดลง ซึ่งโครงการฯ ได้บันทึกข้อมูลการดูแลชาน้ำมันอย่างละเอียด เพื่อนำไปวิเคราะห์วิจัยในอนาคต
              
ที่ผ่านมา มีการพัฒนาและเพิ่มผลผลิตชาน้ำมัน โดยนำยอดชาน้ำมันพันธุ์ดีที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่มาเสียบกิ่งในต้นพันธุ์เดิมที่ไม่ให้ผลผลิต การแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดูแลต้นชาน้ำมันโดยผู้เชี่ยวชาญจากประเทศจีน การผลิตกล้าจากเมล็ดชาดอกแดง ในปี 2561 พบว่า การศึกษาและพัฒนาชาน้ำมันมีความคืบหน้า มีศักยภาพ สามารถที่จะปรับปรุงในหลายแนวทาง เช่น การเปลี่ยนกิ่งพันธุ์ดี การตัดแต่งกิ่ง การเพาะเมล็ดพันธุ์ดี เพื่อปลูกซ่อมต้นที่ไม่เจริญเติบโต โดยเก็บข้อมูลรายต้นมาเป็นเวลา 3 ปี สามารถนำมาวิเคราะห์ถึงแนวโน้มในการเจริญเติบโต การให้ผลผลิต การวางแผนบริหารจัดการแปลงชาน้ำมัน ทำให้เจ้าของแปลงชาน้ำมันมีความมั่นใจในผลผลิตที่จะเกิดขึ้น สามารถสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับครอบครัว และชุมชนในพื้นที่

เวลา 13.45 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนห้วยไร่สามัคคี อำเภอแม่ฟ้าหลวง ทรงติดตามการพัฒนาการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุง และโรงเรียนขยายผล ในอำเภอใกล้เคียง รวม 36 โรงเรียน โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ มุ่งสร้างโอกาส เสริมความรู้ ความสามารถให้กับเด็ก เยาวชน และคนในชุมชน อันเป็นการสร้างคน ด้วยการช่วยเขา ให้เขาช่วยตัวเอง ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ดำเนินการพัฒนาตามช่วงชั้นเรียนและอายุ ในระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและอนุบาล เน้นใช้กระบวนการเตรียมความพร้อม, ในระดับประถมศึกษาปีที่ 1-3 เน้นการเรียนการสอนภาษาไทย ให้สามารถอ่านออก เขียนได้ ตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2559 นักเรียนสามารถอ่าน เขียนภาษาไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 30-40 ในระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 สอนให้เรียนรู้ด้วยตัวเองคิดวิเคราะห์ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนนานาชาติ เซนต์แอนดรูว์ กรุงเทพฯ เข้าร่วมอบรมฝึกปฏิบัติครูผู้สอน เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และเกิดการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ ๆ, ส่วนระดับมัธยมศึกษา เป็นการเรียนพื้นฐานและทักษะอาชีพ เพื่อให้มีความรู้สามารถนำไปประกอบอาชีพสร้างรายได้ในอนาคต  โดยจัดตั้งศูนย์พัฒนาการขยายผลภาษาไทยขึ้น 5 แห่งในโรงเรียนที่มีความพร้อม เพื่อดูแลให้คำปรึกษาแนะนำแก่โรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสริมนอกห้องเรียน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันเรื่องยาเสพติด และให้ความรู้เรื่องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เน้นความร่วมมือจากกรรมการสถานศึกษา อบต. ชุมชน ผู้ปกครอง ผลักดันการพัฒนาการศึกษาให้ตรงกับสภาวะและความต้องการของสังคมนั้น ๆ นอกจากคณะทำงานโครงการขยายผลการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ สำหรับเด็กในพื้นที่พัฒนาของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยังมีสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน และองค์กรเอกชน อาทิ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด เครือเจริญโภคภัณฑ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด มหาชน สนับสนุนการพัฒนาการเรียนการสอนด้วย

เวลา 17.22 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์จัดการขยะและบำบัดน้ำเสีย โครงการพัฒนาดอยตุง พื้นที่ทรงงาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริทรงฟังบรรยายเรื่องนโยบายการเป็นองค์กรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ มีเป้าหมายให้พื้นที่โครงการฯ มีค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี 2563 ซึ่งราษฎรต้องร่วมมือกัน ช่วยรักษาป่าไม้ ไม่ทำลาย และปลูกป่าเพิ่มเติม โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ยังใช้ระบบบำบัดน้ำเสียที่มีต้นแบบจากโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อม แหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บำบัดน้ำเสียได้ประมาณ 10,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเติมอากาศได้กว่า 3 เท่า เมื่อเทียบกับระบบบำบัดน้ำเสียที่เติมอากาศอย่างเดียว
              
จากนั้น ทอดพระเนตรศูนย์จัดการขยะโครงการพัฒนาดอยตุงฯ เป็นการจัดการขยะแบบไม่มีขยะสู่บ่อฝังกลบ และใช้ประโยชน์จากขยะตามแนวทาง CircularEconomy รับขยะจากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ กว่า 100 ตันต่อปี ซึ่งจะคัดแยกขยะจากต้นทาง และทางศูนย์ฯ จะแยกขยะอย่างละเอียด ล้างขยะเปื้อน นำขยะมาเป็นพลังงาน และผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์
              
ที่แปลงเพาะกล้ากาแฟอาราบิก้า ทรงฟังบรรยายเรื่องการพัฒนาเทคนิคการปลูกกาแฟอาราบิก้า เพื่อเพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิตให้ได้มาตรฐานทัดเทียมระดับสากล โดยได้ส่งเสริมการปลูกกาแฟอาราบิก้า แทนการปลูกฝิ่น มาตั้งแต่ปี 2532 ปัจจุบัน มีสมาชิกผู้ปลูกกาแฟ 791 ราย จาก 17 หมู่บ้านในโครงการฯ และ 4 หมู่บ้านในตำบลเทอดไท ในปี 2557 ได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญการปลูกและแปรรูปกาแฟจากประเทศญี่ปุ่น พัฒนาคุณภาพและกระบวนการผลิตกาแฟอาราบิก้า ใช้วิธียกระดับเทคนิคการจัดการแปลงกาแฟ ถ่ายทอดองค์ความรู้แก่บุคลากร และเชื่อมโยงกับผู้ผลิตกาแฟชั้นนำระดับโลกจากประเทศกัวเตมาลา และปานามา ส่งผลให้กาแฟในโครงการพัฒนาดอยตุงฯ มีคุณภาพดี เป็นที่ยอมรับในตลาดประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น
              
โอกาสนี้ ทรงทดลองเพาะเมล็ดกาแฟอาราบิก้าสายพันธุ์ดีของดอยตุงในกระบะทราย เป็นการเตรียมกล้ากาแฟให้มีคุณภาพดีตั้งแต่ต้นทาง ตามแนวคิดการพัฒนาคุณภาพกาแฟตั้งแต่เมล็ดจนถึงถ้วยกาแฟ ทางโครงการฯ ร่วมกับบริษัท คาเมลคอฟฟี่ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น มาตั้งแต่ปี 2548 ทั้งด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการทดสอบรสชาติและการคั่วกาแฟ นำผลิตภัณฑ์จากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ เช่น กาแฟอาราบิก้าและแมคคาเดเมียนัท ไปจำหน่ายในร้านคาลดี้คอฟฟี่ ฟาร์มของบริษัท ที่มีสาขากว่า 430 แห่งในประเทศญี่ปุ่น
              
ที่โรงงานผลิตเซรามิก ศูนย์ผลิตและจำหน่ายงานมือ ทรงฟังบรรยายเรื่องความร่วมมือการพัฒนาการผลิตเซรามิกแบบญี่ปุ่นระหว่างมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และเทศบาลเมืองคะซะมะ ทอดพระเนตรผลงานของช่างปั้นดอยตุงที่ผ่านการอบรมเทคนิคการปั้นแบบญี่ปุ่นจากศิลปินเมืองคะซะมะ และเทคนิคการปั้นต่าง ๆ เช่น การปั้นเทคนิคดินสี, การปั้นชุดกาน้ำชา และการทำสี การทำผิวสัมผัสบนชิ้นงาน
              
เมืองคะซะมะ มีชื่อเสียงด้านเซรามิก ที่ผ่านมาเทศบาลเมืองคะซะมะส่งศิลปินมาอบรมช่างปั้นในโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ปีละ 2 คน ในปี 2561 รับพนักงานจากโครงการฯ เข้าเรียนที่ Kasama College of Ceramic Art เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งช่างฝีมือไทยได้นำผลงานไปจัดแสดง และจำหน่ายในเทศกาล ceramic ประจำปีร่วมกับศิลปินท้องถิ่น โอกาสนี้ ทรงวาดรูปบนชิ้นงานเซรามิก และทอดพระเนตรเตาเผาเซรามิกแบบญี่ปุ่น เป็นการเผาในระบบคาร์บอนไนเซชั่น ที่นำเปลือกแมคคาเดเมียเป็นเชื้อเพลิงทำให้ได้สีที่มีเอกลักษณ์

Tag : สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชกรณียกิจ เชียงราย