วิกฤติฝุ่นทั่วไทย

วันที่ 17 ก.พ. 2562 เวลา 04:40 น.

Views

เจ้าหน้าที่เร่งปิดป่าป้องกันไฟแก้ปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 จ.ตาก
เกิดเหตุไฟป่าในพื้นที่ป่าชุมชนหลังสำนักสงฆ์ธุดงค์สถานอยู่สุขเจริญ ตำบลหนองบัวใต้ อำเภอเมืองตาก  บริเวณกว้างประมาณ 100 ไร่ ส่งผลให้มีหมอกควันและฝุ่นละอองลอยฟุ้งกระจายในอากาศมากขึ้น หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานต่างเร่งช่วยกันทำการควบคุมสถานการณ์

ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน จังหวัดตาก ได้ขยับเวลาปิดป่าให้เร็วขึ้น จากเดิม เริ่มวันที่ 1 มีนาคม ถึง 30 เมษายน เปลี่ยนเป็น เริ่มวันที่ 18 กุมภาพันธ์ หรือวันพรุ่งนี้ จนถึงวันที่ 30 เมษายน รวมระยะเวลา 72 วัน ห้ามเผาเด็ดขาด พร้อมปิดป่า เพื่อ ป้องกันไฟป่าที่เกิดจากการลักลอบเผาป่า แก้ปัญหาฝุ่นควัน และ PM2.5  

สถานการณ์หมอกควันใกล้วิกฤติ จ.เชียงราย
ที่จังหวัดเชียงราย วิกฤติหมอกควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก เข้าใกล้จุดที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ท้องฟ้าเริ่มมองเห็นว่ามีหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กปกคลุมมากขึ้น ขณะที่กรมควบคุมมลพิษ รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพ ที่จุดวัดตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย วัดค่า PM2.5 ได้ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนจุดวัดที่ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย วัดค่า PM2.5 ได้ 46 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าคุณภาพอากาศดีกว่าในตัวจังหวัด  

อำเภอเมืองขอนแก่นเผชิญ PM2.5 สูงขึ้นอีก
ที่จังหวัดขอนแก่น เจ้าหน้าที่นี้เตือนเฝ้าระวังฝุ่นละอองรอบ 2 ด้วยการใช้กฎหมายเอาผิดกับผู้ลักลอบ เผาไร่อ้อย พร้อมทั้งเปิดน้ำพุตามสวนสาธารณะ เพื่อให้ ละอองน้ำลอยในอากาศ ลดปริมาณฝุ่น เนื่องจากจังหวัดขอนแก่น มีค่า PM2.5 ในอากาศสูงเกินมาตรฐาน ถึงระดับ 78 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเพิ่มยังคงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ได้จับกุมผู้ที่เผาไร่อ้อยในพื้นที่ และมีมาตรการเด็ดขาด โดยการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบเผา ซึ่งจังหวัดยังคงเฝ้าระวังสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยจะเพิ่มการฉีดน้ำในอาคารสูง และควบคุมการก่อสร้างไม่ให้ มีฝุ่นพิษในอากาศเพิ่มขึ้น

ชาวไร่อ้อยวอนโรงงานรับซื้อช่วยแก้ปัญหา จ.นครราชสีมา
ที่จังหวัดนครราชสีมา ชาวไร่อ้อยออกมาร้องขอความเป็นธรรม ว่าอย่าให้เกษตรกรตกเป็นจำเลยสังคมกรณีต้นเหตุปัญหาฝุ่น เนื่องจากหลายพื้นที่มีประกาศคำสั่งห้ามเผาอ้อย และมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ทำให้เกษตรกรต้องปรับตัวด้วยการจ้างรถตัดอ้อยหรือหาแรงงานเพื่อตัดอ้อยสดส่งโรงงานทดแทนการเผาใบอ้อยก่อนตัด แต่จากคำสั่งดังกล่าวภาครัฐไม่มีมาตรการรองรับก่อนจะออกคำสั่ง

นางเทียน วิลัย เกษตรกรชาวไร่อ้อย ในตำบลหนองระเวียง อำเภอพิมาย เปิดเผยว่า สาเหตุหลักที่เกษตรกรใช้วิธีการเผาใบอ้อยก่อนตัด เพราะแรงงานในการตัดนั้นหายาก และมีราคาแพง โดยอ้อยตัดสด 10 ลำ จะตัดในราคา 4 บาท ส่วนอ้อยเผาไฟ 15 ลำ 2 บาท ซึ่งนี่เป็นปัจจัยหลักที่เกษตรกรใช้วิธีการเผาใบก่อนตัด ซึ่งไม่มีใครอยากเผาใบอ้อย เพราะทราบดีถึงมลพิษทางอากาศที่จะตามมา และส่งผลกับหน้าดิน รวมถึงถูกหักค่าปนเปื้อน แต่เพราะเลี่ยงไม่ได้

จึงวอนให้ภาครัฐแก้ปัญหา ถ้าห้ามไม่ให้เกษตรกรเผาอ้อยควรช่วยเจรจากับโรงงานรับซื้ออ้อย เพราะเกษตรกรต้องประสบปัญหาขาดทุน เนื่องจากต้องเสียค่าลูกจ้างตัดอ้อยสดสูงกว่าตัดอ้อยเผา ทั้งที่ราคารับซื้ออ้อยเผามีราคาต่ำกว่าอ้อยสดไม่มาก แต่ปัจจุบันมาตรการรับซื้ออ้อยของโรงงาน กลับทำให้เกษตรกรต้องเผาอ้อย เนื่องจากเมื่อตัดอ้อยสดส่งโรงงาน แล้วมีใบอ้อยติดไปด้วย โรงงานก็ปฏิเสธการรับซื้อ