สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดนครพนม

วันที่ 18 ก.พ. 2562 เวลา 20:01 น.

Views

เวลา 09.11 น. วันนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังเรือนจำกลางนครพนม จังหวัดนครพนม ทรงเปิด "ห้องสมุดพร้อมปัญญา" ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี 2546 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 48 พรรษา ปัจจุบันมีการปรับปรุงโดยจัดมุมหนังสือ และสื่อสารสนเทศเป็นสัดส่วน เพื่อให้ผู้ต้องขังมาใช้บริการและสืบค้นตามความสนใจ โดยมีหน่วยงานต่าง ๆ สนับสนุนหนังสือ และคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันมีหนังสือและสื่ออิเล็กทรอนิกส์กว่า 7,000 รายการ ทั้งยังแบ่งหนังสือหมุนเวียนไปประจำภายในแดนผู้ต้องขังอีก 4 แดน เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถเข้าถึงหนังสือได้สะดวก โอกาสนี้ ทอดพระเนตรคลินิกรักษ์หนังสือ มุมซ่อมและบำรุงรักษาหนังสือ โดยการเย็บเล่มแบบกี่ และการเย็บโดยเลื่อยสันฝังด้าย ซึ่งเป็นการอนุรักษ์การเย็บเล่มแบบโบราณ ช่วยรักษาหนังสือให้แข็งแรงทนทาน

จากนั้น ทอดพระเนตรกิจกรรมพัฒนาจิตใจผู้ต้องขังด้วยหลักศาสนา โดยตัวแทนผู้ต้องขังได้ร่วมสวดมนต์ถวายพระพร และได้ทอดพระเนตรห้องเรียนวิชาสามัญ และวิชาชีพ วิทยาลัยเทคนิคนครพนม เข้ามาจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หลักสูตรระยะสั้น 75 ชั่วโมง ในปีการศึกษา 2561 เปิดสอน 12 รายวิชา อาทิ ช่างปูกระเบื้อง, ช่างเสริมสวย, คอมพิวเตอร์ และการเขียนลายบนแผ่นทองเหลือง รวมถึงการทำอาหาร ขนมไทย และอาหารพื้นบ้าน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อให้ผู้ต้องขังได้เรียนรู้การปลูกข้าว พืชผัก การทำปุ๋ยหมัก การเลี้ยงปลาในบ่อและในนาข้าว เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้หลังจากพ้นโทษ เรือนจำกลางนครพนม เป็นเรือนจำที่ควบคุมผู้ต้องขังที่กำหนดโทษไม่เกิน 30 ปี ปัจจุบันมีผู้ต้องขังอยู่ในความดูแล 4,447 คน มีเจ้าหน้าที่ 136 คน

เวลา 10.38 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดห้องสมุดประชาชน "เฉลิมราชกุมารี" อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 36 พรรษา 2 เมษายน 2534 โดยเป็นห้องสมุดประชาชน "เฉลิมราชกุมารี" ลำดับที่ 105 ของประเทศ ได้รับงบประมาณจากสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธา และพระราชสิริวัฒน์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครพนม เจ้าอาวาสวัดสว่างสุวรรณาราม ให้ใช้พื้นที่ของวัดประมาณ 1 ไร่ เริ่มก่อสร้างเดือนมิถุนายน 2557 และเปิดให้บริการประชาชนเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561

ภายในจัดแสดงกิจกรรมและนิทรรศการต่าง ๆ อาทิ มุมศาสนาและประวัติศาสตร์ จัดแสดงเอกสารโบราณที่ค้นพบในจังหวัดนครพนม ยุคล้านช้าง ได้แก่ คัมภีร์อักษรธรรม อักษรไทย และอักษรขอม นอกจากนี้ มีการสาธิตการจารอักษรโบราณ โดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม เพื่อฟื้นฟูและสืบทอดการจารอักษรไทยโบราณแบบภาคอีสาน ตลอดจนจัดแสดงผ้าห่อคัมภีร์ เนื่องจากวัฒนธรรมไทยไม่อนุญาตให้ผู้หญิงจารพระธรรม ดังนั้นฝ่ายหญิงจึงหากุศโลบายสร้างบุญด้วยการทอผ้าห่อคัมภีร์, มุมส่งเสริมการเรียนรู้หนังสือไทย จัดโครงการ "มรุกขะ โมเดล" (Maruka model) นวัตกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือไทย เปิดสอนหนังสือแก่ผู้สูงอายุและบุคคลทั่วไป ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ไม่รู้หนังสือและกลุ่มลืมหนังสือ ให้สามารถพัฒนาตนเองและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มุมเด็กและครอบครัว สาธิตการเล่นโอหล่าง เพื่อฝึกสมาธิ และทักษะการคิดวิเคราะห์

ส่วนที่ชั้น 2 แสดงนิทรรศการของจังหวัดนครพนม และชนเผ่าไทยที่อาศัยอยู่ 8 ชนเผ่า อาทิ เผ่าไทยกะเลิง เผ่าไทยข่า และเผ่าไทกวน, สาธิตการทอผ้ามุก ซึ่งเป็นลายผ้าโบราณร่วมสมัยอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ของจังหวัดนครพนม เป็นลายดอกสีขาวคล้ายเครื่องประดับมุก โดยกลุ่มศิลปาชีพนาหว้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, ห้องพระธาตุประจำวันเกิด จัดแสดงความเป็นมาของพระธาตุประจำวันเกิดทั้ง 7 วัน อาทิ พระธาตุพนม ประจำวันอาทิตย์ และพระธาตุนคร ประจำวันเสาร์ ตลอดจนห้องมัลติมีเดีย ฉายภาพยนตร์ 3 มิติ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ และภาพยนตร์ไทย เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.

เวลา 14.02 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน บ้านหาดทรายเพ อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 จังหวัดสกลนคร เปิดสอนชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 41 คน ปัจจุบัน ได้ดำเนินโครงการพระราชดำริทั้ง 8 โครงการ เพื่อให้นักเรียนมีคุณภาพชีวิตที่ดี เริ่มแต่อยู่ในครรภ์มารดา จนเติบโตเป็นคนดี พึ่งพาตนเอง และทำประโยชน์แก่ชุมชนได้ ด้านการศึกษาทรงส่งเสริมให้เรียนต่อ ปัจจุบันมีนักเรียนในพระราชานุเคราะห์เป็นครูคุรุทายาท และกลับมาสอนที่โรงเรียนเดิม, การเพิ่มศักยภาพวิชาการ เทคโนโลยีควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ผ่านการเรียนการสอน และกิจกรรมสหกรณ์ ให้เด็กรับผิดชอบตนเอง มีความซื่อสัตย์ตั้งแต่การออม การซื้อของ, ศูนย์เรียน-รู้-เล่น สอนเด็กอนุบาลเรียนรู้ด้วยการลงมือทำ ในการนี้ ทอดพระเนตรการสาธิตการทำไม้กวาดดอกหญ้า และจักสาน เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น และการแสดงของวงอังกะลุง ซึ่งได้เหรียญทองจากงานศิลปะหัตถกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี 2560

ห้องเรียนอัจฉริยะ ช่วยเด็กที่มีปัญหาด้านการอ่านเขียน หรือสมาธิสั้น ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์เออาร์ หรือความจริงเสมือนแบบ 3 มิติ ในการนี้ ทอดพระเนตรการใช้ภาษาอังกฤษอธิบายการทำไม้กวาดดอกหญ้า เพื่อให้นักเรียนกล้าพูดกล้าใช้ภาษาอังกฤษ, รวมถึงการทำสิ่งของง่าย ๆ จากสิ่งใกล้ตัว เพื่อให้รู้และเข้าใจการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ตามพระราชจริยวัตรของสมเด็จย่า และการเล่นกีฬาเปตอง ซึ่งนักเรียนชนะเลิศการแข่งขันกับกลุ่มโรงเรียนเครือข่ายชายโขง, ด้านโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ให้เรียนรู้การปลูกผัก เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา และแปรรูปผลผลิตจำหน่ายผ่านสหกรณ์ร้านค้า ส่วนแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรที่แห้งขอดช่วงหน้าแล้งนั้น เดิมต้องสูบน้ำจากแม่น้ำโขงเข้าสระน้ำโรงเรียน ในการนี้ ได้พระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทาน และสำนักงาน กปร. พิจารณาก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบส่งน้ำเพื่อช่วยเหลือพื้นที่เกษตรโรงเรียน และของราษฎร 800 ไร่ คาดว่าจะดำเนินการภายในปี 2562 โครงการตามพระราชดำริ เป็นการส่งเสริมและขยายการพัฒนาเด็ก เยาวชน ชุมชน โดยให้โรงเรียนเป็นศูนย์เรียนรู้ไปสู่ชุมชน ส่งผลให้ชุมชนเข้มแข็ง เกิดการช่วยเหลือเกื้อกูล พึ่งพากันระหว่างชุมชน หน่วยงาน และโรงเรียน ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน และราษฎรที่ไปเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ ซึ่งส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรม

Tag : สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชกรณียกิจ นครพนม เรือนจำกลางนครพนม ห้องสมุดพร้อมปัญญา ห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านหาดทรายเพ ห้องเรียนอัจฉริยะ