รายงานพิเศษ : เร่งตามเงินของกลางอีกกว่า 3 ล้านบาท

วันที่ 5 มี.ค. 2562 เวลา 06:51 น.

Views

คดีชิงเงินจากรถขนเงินที่ย่านเพชรเกษม แม้จะจบลงด้วยการจับกุม 1 คนร้าย และวิสามัญอีก 1 คนร้าย ที่เปิดฉากยิงต่อสู้ แต่เงินของกลางที่ตามคืนมาได้จนถึงตอนนี้ รวมกันแล้วยังไม่ครบ 7.2 ล้านบาท ยังขาดอีกกว่า 3 ล้านบาท ที่ตำรวจต้องเร่งติดตามหากันต่อไป ไปติดตามจากรายงาน

จากการจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุคดีจี้ชิงเงินจากรถขนเงิน ที่ก่อเหตุภายในห้างฯ ย่านเพชรเกษม และพบเงินของกลางที่เก็บไว้ในห้องเช่าย่านถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ เขตหนองแขม เหลืออยู่ 3.6 ล้านบาท ซึ่งพบว่าเป็นห้องที่ นายทักษ์ดนัย เหนี่ยวรั้งใจ ผู้ต้องหาอีกคนที่ยังไม่ถูกจับกุมในขณะนั้นเปิดไว้ หลังก่อเหตุได้เพียง 2 วัน

เมื่อเป้าหมายเหลือเพียงผู้ต้องหาเพียงคนเดียว ตำรวจจึงเฝ้าจับตาความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด จนพบว่า นายทักษ์ดนัย ยังอาศัยอยู่ในละแวกบ้าน จึงนำกำลังเข้าจับกุม แต่ นายทักษ์ดนัย ไหวตัวเปิดฉากยิงต่อสู้ ตำรวจจึงยิงตอบโต้ สุดท้าย นายทักษ์ดนัย ถูกวิสามัญฆาตกรรม บริเวณที่รกร้างภายในซอยทวีวัฒนา 1 ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา เขตหนองแขม

จากการตรวจสอบ นอกจากร่องรอยการยิงต่อสู้ และอาวุธของกลางที่พบในที่เกิดเหตุ ภายในรถจักรยานยนต์ของ นายทักษ์ดนัย ตำรวจพบเงินสดเกือบ 300,000 บาท อยู่ใต้เบาะรถ ทำให้เงินของกลางที่พบรวมแล้วตามคืนมาได้เกือบ 4 ล้านบาท ยังขาดอีกกว่า 3.3 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายสืบสวนเชื่อว่า นายทักษ์ดนัย อาจนำไปเก็บซุกซ่อนไว้ หรืออาจนำไปฝากเพื่อนหรือคนรู้จัก ที่สงสัยอยู่อย่างน้อย 2 คน ส่วนเบาะแสที่พบว่า นายทักษ์ดนัย ไปเช่าห้องทิ้งไว้ที่ย่านบางบอน เข้าตรวจสอบแล้วไม่พบเงินของกลาง เท่ากับว่ามีการย้ายห้องเช่ามาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง ความหวังตามเงินคืนจึงอยู่ที่คนสนิทของ นายทักษ์ดนัย ที่ต้องตามตัวมาสอบสวน คลายความสงสัยต่อไป

เป็นความโศกเศร้าของผู้เป็นแม่ที่ยังทำใจไม่ได้ กับการจากไปของลูกชายที่ถูกตำรวจยิงวิสามัญฯ ซึ่งระหว่างการรอรับศพก็ได้เปิดใจกับทีมสนามข่าว ยืนยันว่าลูกชายเป็นคนดี ไม่คิดว่าจะไปก่อเหตุดังกล่าวขึ้น ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ลูกชายเคยก่อเหตุเมื่อปี 2560 และเชื่อว่าคดีนี้มีเงื่อนงำ ซึ่งจะร้องขอความเป็นธรรมต่อไป

สำหรับการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยกองพิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างตรวจสอบอาวุธปืน วิถีกระสุน เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดีวิสามัญฆาตกรรม ดำเนินคดีทั้งกับตำรวจ และ นายทักษ์ดนัย ก่อนส่งต่อให้อัยการรับไปพิจารณา ส่วนสำนวนคดีชิงเงิน เนื่องจาก นายทักษ์ดนัย เสียชีวิตไปแล้ว จึงต้องจำหน่ายคดี นายทักษ์ดนัย ออกจากสารบบ เหลือเพียงส่งฟ้อง นายจิรายุส สวนมิ ผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุเพียงคนเดียว และสำหรับเงินของกลางที่พบ อยู่ระหว่างที่ธนาคารจะเข้าไปตรวจสอบเลขบนธนบัตรว่า เป็นเงินที่ได้จากการก่อเหตุชิงเงินหรือไม่

Tag : สนามข่าว 7 สี เกาะติดข่าวดัง จี้ชิงเงินจากรถขนเงิน ชิงเงินรถขนเงิน ปล้นรถขนเงิน เงินของกลาง ชิงเงิน คนร้ายชิงเงิน โจรชิงเงิน วิสามัญคนร้ายชิงเงิน