ตำรวจประสาน ปปง.ตรวจสอบทรัพย์สินผู้ต้องหาจี้ชิงรถขนเงิน

วันที่ 6 มี.ค. 2562 เวลา 06:48 น.

Views

ข่าวต่อไปนี้ ไม่รู้ว่าจะเป็นเพราะคำให้สัมภาษณ์ของมารดาผู้ต้องหาชิงเงินรถขนเงิน ที่ย่านพุทธมณฑล หรือไม่ แต่จากเหตุการณ์ดังกล่าว ก็ทำให้ตำรวจเร่งขยายผลตรวจสอบทรัพย์สินบุคคลใกล้ชิดกับผู้ต้องหา เพื่อดูว่าได้จากการกระทำผิดหรือไม่               

จากกรณีที่ตำรวจทำการวิสามัญฆาตกรรม นายทักษ์ดนัย เหนี่ยวรั้งใจ ผู้ต้องหาที่ร่วมกับ นายจิรายุส สวนมิ ก่อเหตุใช้อาวุธปืนจี้ชิงเงินจากรถขนเงิน ย่านพุทธมณฑล เมื่อกลางดึกวันจันทร์ที่ผ่านมา และในช่วงสายของวันเดียวกัน นางสุพัตรา เหนี่ยวรั้งใจ มารดาของผู้ต้องหาที่ไปติดต่อรอรับศพ ก็ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ระบุว่า ไม่เชื่อว่าลูกชายจะยิงต่อสู้กับตำรวจ และบอกว่าตำรวจทำเกินกว่าเหตุ  

มีบางช่วงบางตอน ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเรื่องที่ นายทักษ์ดนัย เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต เมื่อปี 2560 ได้เงินไปกว่า 6 ล้านบาท แต่ นางสุพัตรา บอกว่าไม่เชื่อว่าลูกชายจะเป็นผู้ก่อเหตุ และยังบอกอีกว่าบ้านที่อยู่อาศัยอยู่ทุกวันนี้ ก็ซื้อจากเงินเก็บ และเงินของลูกชาย ยืนยันว่าไม่ใช่เงินจากการทำผิดกฎหมาย ส่วนลูกชายเคยทำงานบริษัทขนเงินหรือไม่ นางสุพัตรา บอกว่าไม่ทราบ

ไม่รู้ว่าจะเป็นเพราะคำให้สัมภาษณ์หรือไม่ แต่ พลตำรวจตรีอิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ก็บอกว่า นอกจากการเร่งติดตามเงินส่วนแบ่งของ นายทักษ์ดนัย ที่ยังหาไม่เจออีกกว่า 3 ล้านบาทแล้ว ตำรวจจะขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน โดยขณะนี้ได้ประสานให้พนักงานสอบสวน สน.หนองค้างพลู ซึ่งเป็นเจ้าของคดี ตรวจสอบรายละเอียดทรัพย์สินทั้งหมดของผู้ต้องหา และผู้ใกล้ชิด อาทิ บ้าน, ที่ดิน, รถยนต์, รถจักรยานยนต์ รวมทั้งทรัพย์สินอื่น ๆ ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร โดยให้เร่งตรวจสอบ และรายงานผลการตรวจสอบ รวมถึงพฤติการณ์การกระทำผิดไปยัง ปปง. เพื่อให้พิจารณาว่าลักษณะความผิดของผู้ต้องหา เข้าข่ายเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงินด้วยหรือไม่

ทั้งนี้ หาก ปปง. พิจารณาแล้วเห็นว่าความผิดของผู้ต้องหาเป็นความผิดมูลฐานฯ ก็จะมีการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องไปชี้แจงทรัพย์สิน หากไม่สามารถชี้แจงที่มาได้อย่างชัดเจน ก็อาจทำให้เชื่อได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด ซึ่ง ปปง. ก็จะส่งเรื่องกลับมาให้ตำรวจแจ้งข้อหาฟอกเงินเพิ่มเติมอีก 1 ข้อหา ซึ่งจะนำไปสู่การยึดทรัพย์สินดังกล่าว

ส่วนความคืบหน้าการติดตามตัวผู้ที่ให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหา ซึ่งพบว่ามีจำนวน 2 คน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัว และรวบรวมหลักฐานว่าเข้าข่ายรู้เห็นกับการก่อเหตุหรือไม่ พร้อมทั้งฝากว่า หากช่วยเหลือไปโดยไม่รู้ว่าผู้ต้องหากระทำผิดมา และนำเงินมาคืนให้ตำรวจ ก็จะถือว่าเป็นการแสดงเจตนาดี แต่หากยังไม่นำมาคืน ก็ต้องถูกดำเนินคดีไปด้วย

Tag : สนามข่าว 7 สี ปปง จี้รถขนเงิน ปล้นรถขนเงิน ชิงเงินรถขนเงิน วิสามัญคนร้ายชิงเงิน