News

โชเฟอร์แท็กซี่ยอมรับผิด! คิดราคาเหมาคนละ 900 บาท เผยไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลาย

จากกรณีที่ 2 หนุ่มจาก จ.สงขลา เดินทางเข้ามากรุงเทพฯเพื่อมาสอบ ก่อนจะเรียกรถแท็กซี่ จากหมอชิต ไปยังรังสิต แต่กลับถูกเรียกค่าโดยสารโหดคนละ 900 บาท รวม 2 คนเป็น 1,800บาทนั้น

เมื่อช่วงเข้าที่ผ่านมา นายประจันทร์ สิงห์ขรณ์ เจ้าของรถผู้เป็นพ่อ พร้อมด้วยนายศุภโชค สิงห์ขรณ์ ผู้ขับรถแท็กซี่คันดังกล่าว เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต หลังจากผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความเมื่อวานนี้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งนายศุภโชค ได้ยอมรับว่า ตนเรียกราคาเหมาคนละ 900 บาทจริง และเพิ่งเคยทำครั้งนี้เป็นครั้งแรก พี่ผ่านมาจะกดมิเตอร์ตลอด ที่ทำไปเพราะอยากจะลองดู ก่อนหน้าจะไปเจอน้องทั้ง 2 คน ก็เดินถามผู้โดยสารหลายคนแล้ว แต่ไม่มีใครยอมไป พอมาเจอน้อง 2 คนนี้ ได้ถามว่าจะไปไหน พอน้องตอบว่าไปรังสิต ก็บอกว่าพี่ไปอยู่แถวบ้านพอดี ก่อนที่จะเรียกราคาเหมาคนละ 900บาท ซึ่งน้องทั้ง 2 คนก็ไม่ได้มีท่าทีขัดขืน  จึงคิดว่าคงไม่เป็นอะไร วันนั้นก็ไปส่งที่หมายตามปกติ ก่อนที่จะมาทราบเรื่องว่าใหญ่โตบานปลายขนาดนี้ พอทราบว่าน้องทั้ง 2 คนเหลือเงินไม่กี่บาทหลังจากจ่ายค่าโดยสารให้เรา ก็รู้สึกเสียใจ และอยากขอโทษน้องทั้ง 2 คน รวมทั้งครอบครัวของน้องด้วย เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนให้กับตนมาก จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว

ด้านนายประจันทร์ ผู้เป็นพ่อ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตนรู้สึกเสียใจ และอยากขอโทษต่อน้องทั้ง 2 คน และขอโทษต่อสังคม ที่เหตุการณ์ของลูกชาย ส่งผลกระทบต่อสังคม ที่ผ่านมาตนขับรถแท็กซี่มาเกือบ 20 ปี ประกอบอาชีพด้วยความสุจริต แต่ระยะ 2 ปีที่ผ่านมานี้ ตนป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง ทำให้ไม่สามารถขับรถได้ปกติตามเดิม จึงให้ลูกหลานออกไปขับแทน เมื่อทราบข่าวก็รู้สึกเสียใจอย่างมาก เมื่อคืนก็ได้ว่ากล่าวลูกไปแล้วว่าสิ่งที่ทำ ไม่ใช่เรื่องที่ดี ไม่ควรทำ หลังจากนี้จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก วันนี้พาตัวลูกมารับผิดชอบในสิ่งที่ทำผิดไปพร้อมปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น และอยากขอโอกาสจากสังคมให้ยกโทษ รวมทั้งขอโทษเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำให้เดือดร้อน

นายสมชัย ราชแก้ว หัวหน้าฝ่ายตรวจการ กรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า จากเหตุการณ์นี้ ส่งผลเสียต่อรถโดยสารสาธารณะ จึงต้องดำเนินการตามระเบียบ ซึ่งทางผู้ขับขี่รถแท็กซี่ และเจ้าของรถที่เป็นพ่อก็ให้ความร่วมมืออย่างดี วันนี้ได้เปรียบเทียบปรับ 3 ข้อหา คือ 1.ตามมาตรา5 ไม่ใช้มิเตอร์โทษปรับสูงสุด 1,000บาท 2.มาตรา 65 ใบขับขี่สาธารณะหมดอายุ ปรับสูงสุด 2,000 บาท และ 3.ปรับเจ้าของรถสาธารณะ ไม่ส่งแจ้งประวัติผู้ขับขี่ ปรับสูงสุด 1,000 บาท นอกจากนี้นายศุภโชค จะคืนเงินส่วนเกินจากค่าโดยสารจริง ให้กับน้องทั้ง 2 อีกครั้ง หากพบกระทำผิดซ้ำอีกตามกฎของกรมการขนส่งทางบก โทษสูงสุดคือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ

อรรถวุฒิ  ไชยกุล  ถ่ายภาพ
วริศรา  ชาญบัณฑิตนันท์  ทีมข่าวออนไลน์ Ch7HD รายงาน