พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒

รู้ไว้ต้องระวัง 5 สัญญาณเตือน เสี่ยงฆ่าตัวตาย!

วันที่ 8 มี.ค. 2562 เวลา 16:55 น.

Views

กรมสุขภาพจิต เร่งตอบสนองต่อปัญหาการฆ่าตัวตายที่ปรากฏเป็นข่าวบ่อยครั้งในช่วงนี้ ระดมนักวิชาการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องหาทางออก เน้นกลุ่มวัยเรียน วัยรุ่น โดยขานรับนโยบายกระทรวงศึกษา พร้อมดำเนินการเพิ่มศักยภาพในการคัดกรองความเสี่ยงการฆ่าตัวตายในสถานศึกษา ระบุการคิดฆ่าตัวตายในกลุ่ม วัยเรียนส่วนใหญ่เป็นสาเหตุด้านความสัมพันธ์ ได้แก่ ความน้อยใจถูกดุด่าตำหนิ การทะเลาะกับคนใกล้ชิด ความรัก หึงหวง ต้องการคนใส่ใจ ดูแล โดยขาดวิธีการแก้ปัญหาและความช่วยเหลือ เน้นย้ำให้คนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิด คอยสังเกตสัญญาณเตือน โดยให้ระลึกไว้เสมอว่า การส่งสัญญาณเตือน เท่ากับการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ พร้อมขอให้สื่อช่วยเป็นตัวกลางตอกย้ำคุณค่าและความ สำคัญของวัยรุ่น โดยเฉพาะการนำเสนอมุมมองของการเคารพตัวเองและรับผิดชอบในชีวิต การเป็นกลุ่มทำประโยชน์ และเป็นที่ยอมรับของสังคมของกลุ่มนี้ 

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต  เปิดเผยว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีข่าวของการฆ่าตัวตายเกิดขึ้นมากในประเทศไทย และเป็นที่สนใจของสังคมและกระแสสังคม ในจำนวนนี้มีข่าวการฆ่าตัวตายในกลุ่มวัยรุ่น หรือวัยผู้ใหญ่ตอนต้นรวมอยู่ด้วย ซึ่งหากพิจารณาถึงข้อเท็จจริงของอัตราการฆ่าตัวตายของคนกลุ่มวัย 10-24 ปี  ซึ่งจะครอบคลุมวัยเรียนทั้งช่วงระดับมัธยมศึกษา และอุดมศึกษา และอาจรวมถึงผู้ที่เริ่มต้นชีวิตการทำงานเป็นช่วงแรกของชีวิต พบว่า อัตราการฆ่าตัวตายของคนกลุ่มนี้ในปี 2561 อยู่ที่ 3.03 ต่อประชากรหนึ่งแสนคน หรือคิดเป็นจำนวน 397 คน ซึ่งเมื่อเทียบกับวัยอื่นในภาพรวมของประเทศ ที่มีอัตราการฆ่าตัวตายอยู่ที่ 6.34 ต่อประชากรหนึ่งแสนคน      อาจถือว่าคนไทยในวัย 10-24 ปี มีอัตราการฆ่าตัวตายน้อยกว่าในวัยทำงาน และวัยสูงอายุ แต่เนื่องจากที่ผ่านมา สังคมค่อนข้างให้ความสนใจในกลุ่มวัยรุ่น เนื่องจากสังคมมีความสะเทือนใจ และถือเป็นการสูญเสียผลิตภาพ และทรัพยากรสำคัญของประเทศ นอกจากนี้ มีการใช้วิธีการกระทำการที่มีความเด็ดขาดรุนแรงถึงแก่ชีวิต ทำให้สังคมเกิดความสนใจและตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาการฆ่าตัวตายอย่างกว้างขวาง จากข้อมูลของศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายระดับชาติ รพ.จิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต ได้มีการแยกแยะสาเหตุปัจจัยของการฆ่าตัวตายสำเร็จในวัย 10-24 ปี ได้แก่ ปัญหาด้านความสัมพันธ์ซึ่งเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ ได้แก่ ความน้อยใจถูกดุด่าตำหนิ การทะเลาะกับคนใกล้ชิด       พบร้อยละ 48.7 ความรัก หึงหวง พบร้อยละ 22.9 ต้องการคนใส่ใจ ดูแล ร้อยละ 8.36 ปัญหาด้านการใช้สุราและยาเสพติด พบว่า ผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จมีปัญหาการดื่มสุรา ร้อยละ 19.6 และพบว่ามีอาการมึนเมาระหว่างทำร้ายตนเอง ร้อยละ 6 และปัญหาด้านการเจ็บป่วยทางจิต พบภาวะโรคจิต ร้อยละ 7.45  โรคซึมเศร้า ร้อยละ 6.54 โดยขาดวิธีการแก้ปัญหาและความช่วยเหลือ ซึ่งจะพบสัญญาณเตือนในการฆ่าตัวตายที่แตกต่างกันออกไปในกลุ่มวัยนี้ ได้แก่ การเขียนระบายในรูปแบบข้อความ การโพสต์ลง FB การส่งไลน์ สติกเกอร์ บอกลา บางรายเอาของที่ระลึกไปคืนเพื่อนสนิท มากอดลาพ่อแม่ บางรายพบการทำร้ายตนเองด้วยวิธีการที่ไม่รุนแรงหรือไม่ถึงแก่ชีวิตมาก่อน ซึ่งในกลุ่มนี้ ร้อยละ 12 พบว่า จะมีการทำร้ายตนเองสำเร็จในเวลาต่อมา

หรือการโพสต์ข้อความต้องห้ามเหล่านี้! ที่อาจเป็นสัญญาณเตือน เสี่ยงฆ่าตัวตาย! ** โพสต์ข้อความสั่งเสีย เช่น ขอบคุณ ขอโทษ ลาก่อน // โพสต์เกี่ยวกับความตาย หรือไม่อยากอยู่อีกต่อไป // โพสต์ว่ารู้สึกผิด! ล้มเหลว หมดหวังในชีวิต // โพสต์ถึงความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน // โพสต์ว่าเป็นภาระของผู้อื่น!

การป้องกันแก้ไขปัญหาคงต้องขอให้คนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิดได้สังเกตสัญญาณเตือนซึ่งกันและกัน โดยให้ระลึกไว้ เสมอว่า การส่งสัญญาณเตือนเท่ากับการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ บางครั้ง          คนใกล้ชิด ไม่กล้าถามหรือพูดตรงๆ เพราะกลัวว่าจะพูดไม่ถูกหรือกลายเป็นการกระตุ้นให้คิดหรือทำ กรมสุขภาพจิตแนะนำวิธีการ 3 ส. คือ สอดส่องมองหา ใส่ใจรับฟัง ส่งต่อเชื่อมโยง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การฟังอย่างใส่ใจนั้น เป็นวิธีการที่สำคัญและมีประสิทธิภาพมาก เพราะเป็นการเชื่อมโยงสายสัมพันธ์ไปยังผู้ที่คิดฆ่าตัวตาย ให้รู้สึกไม่โดดเดี่ยว หรือรู้สึกว่าไม่ถูกทิ้งให้อยู่เบื้องหลัง ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิตมีสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ที่สามารถโทรปรึกษาได้ตลอดเวลา และไม่เสียค่าบริการ

Tag : สัญญาณเตือน ฆ่าตัวตาย กรมสุขภาพจิต