รายงานพิเศษ : ปิดคดี ฆ่าปาดคอพยาบาล จ.พระนครศรีอยุธยา

วันที่ 13 มี.ค. 2562 เวลา 07:03 น.

Views

ตำรวจแถลงปิดคดีฆ่าปาดคอพยาบาล ทิ้งศพในรถที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้านผู้ต้องหากราบขอขมาครอบครัวพยาบาล อ้างโมโหถูกด่าบุพการี ด้านมารดาผู้เสียชีวิตบอกไม่มีวันให้อภัย

ถือว่าคดีนี้ปิดลงอย่างรวดเร็วภายใน 48 ชั่วโมง หลังตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงปิดคดี นายอั๋น หรือน็อต ฟักศิริ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาที่ลงมือฆ่าปาดคอ นางสาวศรีสุภางค์ สุวรรณศิลป์ อายุ 48 ปี พยาบาลโรงพยาบาลภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

หลังตำรวจแกะรอยคนร้ายจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ พบภาพนายอั๋น ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นอดีตพนักงานเวรเปล โรงพยาบาลภาชี ขับรถยนต์ของผู้เสียชีวิตมาจอดทิ้งที่จุดเกิดเหตุ และกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าโรงพยาบาล พบภาพขณะที่ผู้เสียชีวิตออกเวรเดินมาขึ้นรถ แล้วขับรถออกจากโรงพยาบาล ในภาพจะเห็นว่าผู้ต้องหาเดินข้ามถนนมารอที่ประตูทางออก แล้วทั้งคู่ก็นั่งรถไปพร้อมกัน

ขณะเตรียมคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 4 จุด คือ หน้าโรงพยาบาลภาชี จุดทิ้งรถ จุดลงมือก่อเหตุ และจุดทิ้งคัตเตอร์ แต่มีประชาชนจำนวนมากมารอดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ทำให้ตำรวจต้องยกเลิกการทำแผนจากสถานที่จริง มาจำลองเหตุการณ์ที่ด้านหน้า สภ.ภาชี แทน เพื่อป้องกันการรุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหา

การจำลองเหตุการณ์เริ่มตั้งแต่ นายอั๋น ขึ้นรถโตโยต้า อัลติส สีขาว ของผู้เสียชีวิต จากนั้นขับออกไปจากโรงพยาบาล ระหว่างทางได้ขอยืมเงิน จำนวน 10,000 บาท เพื่อไปผ่อนรถ แต่ผู้ตายปฏิเสธและด่าทอบุพการี ผู้ต้องหาจึงบันดาลโทสะ คว้าคัตเตอร์ที่ติดตัวอยู่เป็นประจำ ขึ้นมาปาดคอ 3 ครั้ง ก่อนที่จะลงมือบีบคอและเอาหน้าผู้ตายกดลงกับเบาะที่นั่งจนเสียชีวิต

จากนั้นได้ขับรถคันดังกล่าวมาจอดทิ้งไว้ตรงข้ามโรงพยาบาล และขับรถกระบะของตนเองกลับบ้าน แต่เมื่อถึงบ้านได้ขี่รถจักรยานยนต์ย้อนกลับมาเก็บคัตเตอร์และกล้องที่ติดหน้ารถ เพื่อไปทิ้งที่สวนมะนาว ทางเข้าซอยวัดวิมลสุนทร รวมถึงนำสร้อยคอทองคำและแหวนทองของผู้เสียชีวิตไปขาย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการหลบหนี

หลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ผู้ต้องหาร้องไห้สำนึกผิด และอยากขอโทษครอบครัวผู้ตายที่ทำรุนแรงเกินไป

ด้าน น้าสาวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะหลานสาวเป็นเสาหลักของครอบครัว เป็นคนที่มีจิตใจดี และเชื่อว่าจะสามารถทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศได้อีก ซึ่งทางครอบครัวจะไม่ยกโทษให้ แม้ว่าผู้ต้องหาจะมาขอขมาก็ตาม

ตำรวจยืนยันว่า ผู้เสียชีวิตและผู้ต้องหาไม่ได้มีการนัดหมายกันมาก่อน ซึ่งในวันเกิดเหตุ ผู้ต้องหาตั้งใจมาขอยืมเงินเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาล แต่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวไม่มีเงินให้ ผู้ต้องหาจึงเปลี่ยนเป้าหมาย เพราะเห็นรถผู้เสียชีวิตจอดอยู่ และเคยขอยืมเงินมาแล้วหลายครั้ง จึงนั่งรอจนผู้เสียชีวิตเลิกงาน แต่ผู้เสียชีวิตปฏิเสธ จึงลงมือก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ที่ผู้ต้องหาอ้างว่ามีการคบซ้อนมา 5 ปีนั้น ผู้ต้องหาไม่ได้ให้การในประเด็นนี้ แต่ยืนยันเป็นเพียงคนที่เคยขอยืมเงินเท่านั้น

ด้าน นายแพทย์ฐาปกรณ์ จิตตนูนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภาชี ยืนยันในฐานะผู้บังคับบัญชาของผู้เสียชีวิต และอดีตผู้บังคับบัญชาของผู้ต้องหา ว่ามูลเหตุในครั้งนี้ไม่มีเรื่องชู้สาว หรือความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแน่นอน เนื่องจากบุคลากรในโรงพยาบาลรู้จักและสนิทสนมกันทุกคน หากมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจะต้องมีคนรับรู้ ปกติผู้เสียชีวิตเป็นคนดี จะคอยช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนมาตลอด ส่วนตัวผู้ต้องหาอดีตเวรเปล เคยรับทราบมาบ้างว่ามักจะขอยืมเงินเพื่อนร่วมงานบ่อยครั้ง ซึ่งพอมาเกิดเหตุแบบนี้ก็รู้สึกสะเทือนใจ และเสียใจที่สูญเสียบุคลากรที่ดีและมีคุณภาพไป

Tag : สนามข่าว 7 สี เกาะติดข่าวดัง ฆ่าปาดคอพยาบาล ฆ่าปาดคอ ฆ่าปาดคอพยาบาลในรถ