รายงานพิเศษ : ลุ้นคำพิพากษาคดีฆ่าอำพรางศพ ผอ.อ้อย จ.ศรีสะเกษ

วันที่ 14 มี.ค. 2562 เวลา 07:04 น.

Views

ลุ้นคำพิพากษาศาล คดีฆ่านางสาวจุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ "ผอ.อ้อย" ที่หายตัวปริศนาเมื่อปี 2560 ก่อนจะพบชิ้นส่วนกระดูกและเสื้อผ้าบางชิ้น ถูกทิ้งอยู่บริเวณริมถนนทางขึ้นเนิน 500 ในพื้นที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ผู้เป็นพ่อเชื่อหลักฐานแน่นหนา หวังให้ศาลลงโทษประหารชีวิต "ผู้กองเหน่ง" ผู้ต้องหา ลงสนามข่าวนี้พร้อมกัน

3 กรกฎาคม 2560 นางสาวจุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย ผู้อำนวยการกองการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนตำบลชำ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ หายตัวไปอย่างปริศนา หลังเธอขับรถยนต์ไปส่งลูกสาวที่โรงเรียน ญาติจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อติดตามตัว

31 กรกฎาคม 2560 พลตำรวจตรี สุรเดช เด่นธรรม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ตั้งชุดปฏิบัติการสืบสวนติดตามบุคคลสูญหาย โดยเริ่มสืบสวนจากข้อมูลการใช้โทรศัพท์มือถือ, ข้อมูลทางการเงิน และไล่กล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะพานางสาวจุฑาภรณ์ ไป

10 สิงหาคม 2560 ชุดสืบสวนพบรถยนต์ของนางสาวจุฑาภรณ์ ถูกจอดและทำสีอยู่ในอู่ซ่อมรถยนต์พื้นที่เทศบาลเมืองอุบลราชธานี ถือเป็นเบาะแสสำคัญของคดีนี้ เจ้าหน้าที่เค้นสอบนายหน้าซื้อขายรถ ให้ข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 4 กรฎาคม 2560 ร้อยเอกศุภชัย ภาโส หรือ ผู้กองเหน่ง นายทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ชายแดนเขาพระวิหาร ได้นำรถยนต์ของนางสาวจุฑาภรณ์ ไปหลอกขายในราคา 175,000 บาท

พนักงานสอบสวนจึงออกหมายเรียก ร้อยเอกศุภชัย ผู้ต้องสงสัยและเป็นลูกหนี้ของนางสาวจุฑาภรณ์ เข้าพบตำรวจในวันที่ 11 สิงหาคม 2560 พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น, ลักทรัพย์หรือรับของโจร, ปลอมแปลงเอกสาร และใช้เอกสารปลอม, เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น แต่ร้อยเอกศุภชัย ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

การสืบสวนยังคงเดินหน้าไปอย่างต่อเนื่อง จนพบข้อมูลว่า ร้อยเอกศุภชัย มีพฤติกรรมฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตัวเป็นบุคคลอื่น ตำรวจ สภ.กันทรลักษ์ จึงเรียกมาพบ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีก 6 ข้อหา และคุมตัวฝากขังศาลจังหวัดกันทรลักษ์ แต่ร้อยเอกศุภชัย ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งศาลอนุญาตตีราคาประกันเป็นเงินจำนวน 600,000 บาท

ผ่านไปกว่า 3 เดือน ญาติยังไม่สิ้นหวังในการค้นหาตัว โดยตั้งรางวัลเป็นเงิน 1 ล้านบาท หากใครพบเห็นนางสาวจุฑาภรณ์ ขณะยังมีชีวิต แต่หากพบเป็นศพจะมอบเงินจำนวน 300,000 บาท ให้กับผู้พบเห็นทันที

กระทั่งวันที่ 23 ตุลาคม 2560 พบชิ้นส่วนกะโหลกศีรษะ, ชิ้นส่วนกระดูก, เส้นผม, เสื้อผ้าแบบข้าราชการพลเรือน, นาฬิกาข้อมือ ถูกทิ้งอยู่บริเวณริมถนนทางขึ้นเนิน 500 ในพื้นที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ญาติยืนยันว่าเป็นของนางสาวจุฑาภรณ์ ที่สวมใส่ก่อนหายตัวไป ขณะที่ตำรวจก็ยืนยันผลการตรวจดีเอ็นเอหลักฐานที่พบ คือ นางสาวจุฑาภรณ์

30 ตุลาคม 2560 พนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษณ์ จึงเรียก ร้อยเอกศุภชัย มาพบ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ, ก่อนคุมตัวฝากขังศาล และไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง และเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงควบคุมตัวไปที่เรือนจำจังหวัดกันทรลักษ์

ด้าน ญาติของนางสาวจุฑาภรณ์ ที่ได้รอฟังคำพิพากษาคดีมาเกือบ 2 ปี เชื่อว่าพยานหลักฐานที่มี แน่นหนาเพียงพอที่จะเอาผิดกับผู้ต้องหาได้ และต้องการให้ศาลลงโทษประหารชีวิตกับผู้ต้องหา ที่ลงมือสังหารลูกของตัวเองอย่างโหดเหี้ยม

อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีนี้ศาลจังหวัดกันทรลักษณ์ ได้นัดอ่านคำพิพากษาคดี ในเวลา 09.00 น.

Tag : สนามข่าว 7 สี เกาะติดข่าวดัง คดีฆ่าอำพรางศพ ผอ อ้อย คดี ผอ อ้อย ฆ่าอำพรางศพ ผอ อ้อย