ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ อ่านคำพิพากษา ตัดสินประหารชีวิต ผู้กองเหน่ง ฆ่า ผอ.อ้อย

วันที่ 15 มี.ค. 2562 เวลา 01:10 น.

Views

วันนี้ เป็นวันที่สมาชิกในครอบครัวของนางสาวจุฑาภรณ์ อุ่นอ่อนทั้งบิดา มารดา และญาติ ได้รอคอยมานาน 2 ปี มาถึงวันที่ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ได้นัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่ร้อยเอกศุภชัย ภาโส เพื่อนชาย ถูกจับกุมในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพรวมทั้งปลอมแปลงเอกสาร ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 คน คือนางสุชาวดี ปทุมอินทน์ นายวิทูรย์ท้าวแก้ว และนายประกรรษวัตร คณะพันธ์ ถูกจับกุมในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร

โดยศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ได้อ่านคำพิพากษา ตัดสินประหารชีวิตร้อยเอกศุภชัย เนื่องจากมีความผิดจริง และให้ชดใช้เงินจำนวน 2 ล้าน 1 แสนบาท รวมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ให้กับครอบครัวของนางสาวจุฑาภรณ์ ส่วนนางสาวสุชาวดี ปทุมอินทน์ นายวิทูรย์ ท้าวแก้ว และนายประกรรษวัตร คณะพันธ์ ศาลตัดสินยกฟ้อง เพราะพยานหลักฐานฟังไม่ขึ้น

โดยนายบุญเลิศ อุ่นอ่อน บิดาของนางสาวจุฑาภรณ์ กล่าวว่า รู้สึกพอใจในคำตัดสินของศาลจังหวัดกันทรลักษ์ และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ขณะที่นางแหลม อุ่นอ่อน มารดา กล่าวว่า ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ได้ให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวของตนแล้ว แต่ยังเสียใจที่สูญเสียบุตรสาวไป และขอขอบคุณสื่อมวลชน ที่ให้ความสนใจนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ทนายความของร้อยเอกศุภชัย ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการหารือกับทางร้อยเอกศุภชัย และยังไม่ได้มีการขอยื่นอุทรณ์ยื่นอุทธรณ์ เนื่องจากมีระยะเวลาในการขอยื่นอุทธรณ์ได้ถึง 30 วัน
              
สำหรับร้อยเอกศุภชัย ภาโส เป็นนายทหารสังกัดค่ายทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี แต่หลังจากถูกตำรวจจังหวัดศรีสะเกษ จับกุมในคดีฆ่า และเผานางสาวจุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ได้ถูกหน่วยทหารต้นสังกัด มีคำสั่งให้สำรองราชการ ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 โดยไม่ได้รับเงินเดือนเบี้ยหวัด
 
ส่วนการตัดสินคดีในวันนี้ สืบเนื่องจาก วันที่ 3 กรกฎาคม 256นางสาวจุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผู้อำนวยการกองการศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนตำบลชำ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ หายตัวไป และพบว่า เป็นศพถูกฆ่า และเผา ในอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งต่อมา มีการจับกุมร้อยเอกศุภชัย ภาโส เพื่อนชาย ก่อนแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ ลักทรัพย์ หรือรับของโจร ปลอมเอกสาร และใช้เอกสารปลอม รวมทั้งเอาไปเสียเอกสารของผู้อื่น ที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น รวมทั้งยังจับกุมผู้ร่วมปลอมแปลงเอกสารอีก 3 คน