สถานการณ์หมอกควันยังวิกฤติ! จนท.ดับไฟป่าเขื่อนภูมิพล วูบหมดสติขณะปฏิบัติหน้าที่

วันที่ 16 มี.ค. 2562 เวลา 04:41 น.

Views

นายบุญญฤทธิ์ ศิริพุฒ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการดับไฟป่าเขื่อนภูมิพล หนึ่งในเจ้าหน้าที่ ที่เข้าปฏิบัติการดับไฟป่ารอบพื้นที่เขื่อนภูมิพล ประสบเหตุสำลักควันไฟขณะเข้าทำการดับไฟป่า บนยอดเขาป่าสงวนแห่งชาติแม่ปิง ที่มีไฟป่าโหมลุกไหม้รุนแรง กระทั่งนายบุญญฤทธิ์หมดสติอยู่บนยอดเขา ทำให้เจ้าหน้าที่ที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ต้องช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ขณะนี้ยังคงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ที่จังหวัดเชียงราย ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ส่งผลต่อทัศนวิสัยในการมองเห็นตลอดทั้งวัน โดยค่าฝุ่นละออง PM 2.5 วัดได้ 204 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือว่ามีปริมาณสูงเกินค่ามาตรฐานไปเกือบเท่าตัว ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ หลังสูดดมหมอกควันและฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกาย

ส่วนสำนักงานสาธารณสุขอำเภอแม่สาย ได้แนะนำว่า ช่วงนี้ให้งดกิจกรรมออกกำลังกายกลางแจ้งอย่างเด็ดขาด และสวมหน้ากากอนามัย หากมีอาการไอ-จาม หายใจติดขัด ระคายเคืองตา ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

ที่จังหวัดลำพูน ระดมนำรถบรรทุกน้ำกว่า 50 คัน เพื่อฉีดพ่นสร้างความชุ่มชื้นในอากาศ เพื่อลดปัญหาหมอกควันรอบพื้นที่ตัวเมืองลำพูน และช่วยสร้างความชุ่มชื้นรอบๆ พื้นที่ที่เคยเป็นจุดความร้อนที่เกิดจากไฟป่า โดยขณะนี้สถานการณ์ค่าฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ 143 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับสีแดง ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพ ทางจังหวัดลำพูนจึงขอความร่วมมือประชาชน งดการเผาในที่โล่ง และหากผู้ใดพบเหตุเพลิงไหม้บริเวณถนน หรือพบเห็นผู้ลักลอบเผา สามารถแจ้งได้ที่ผู้นำชุมชนหรือตำรวจ 191

ส่วนสถานการณ์ไฟไหม้ป่าในพื้นที่จังหวัดน่าน ส่อเค้ารุนแรงมากขึ้น และเกิดไฟป่าต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังควบคุมสถานการณ์ โดยสาเหตุมาจากชาวบ้านจุดไฟเผาเพื่อหาของป่า และเตรียมพื้นที่การเกษตร ส่งผลให้ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยหมอกควันอย่างหนาแน่น ส่วนค่าฝุ่นละออง PM 2.5 พุ่งสูงมากที่สุดในรอบสัปดาห์นี้ โดยวัดค่าได้ 180 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน

นายวรกิตติ ศรีทิพากร ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน สั่งการให้ทุกอำเภอเร่งบรรเทาความเดือดร้อน ด้วยการแก้ไขปัญหาหมอกควัน พร้อมระดมรถบรรทุกน้ำทุกภาคส่วน ออกล้างถนนและฉีดพ่นละออง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศทั่วทั้งจังหวัดน่าน

ที่จังหวัดนราธิวาส เกิดเหตุเพลิงไหม้ผืนป่าพรุ ลุกลามสวนยางพารา และสวนปาล์มของชาวบ้าน เขตตะเข็บรอยต่อของ 3 อำเภอคือ อำเภอเมือง อำเภอยี่งอ และอำเภอบาเจาะ ทำให้รถดับเพลิงจาก 3 อำเภอ ต้องช่วยกันดับเพลิง เนื่องจากจุดที่เพลิงลุกไหม้อยู่ใจกลางของผืนป่าพรุ และรถดับเพลิงไม่สามารถเข้าถึงได้ จึงต้องใช้เครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก ชนิดแบกหาม เดินเท้าเข้าไปช่วยกันดับเพลิง เพื่อป้องกันเพลิงลุกลามขยายวงกว้าง โดยพื้นที่ป่าพรุถูกเพลิงไหม้เสียหายกว่า 10 ไร่

นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ประกาศให้พื้นที่ 3 อำเภอเป็นเขตภัยพิบัติแล้ว เพื่อความคล่องตัวในการดับเพลิง พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากชาวบ้าน ห้ามจุดไฟบนผืนป่าพรุบาเจาะอีก หากใครฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีไม่มีข้อยกเว้น

Tag : สนามข่าว 7 สี หมอกควัน