รายงานพิเศษ : ตัดสิน เปรมชัย คดีเสือดำ จำคุก 16 เดือน

วันที่ 20 มี.ค. 2562 เวลา 07:02 น.

Views

ศาลสั่งจำคุก 16 เดือน เจ้าสัวเปรมชัย ไม่รอลงอาญา พร้อมพวกอีก 2 คน กรณีเข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก ด้าน เจ้าสัวเปรมชัย เอ่ยปากขอโทษผ่านสื่อมวลชน ติดตามในรายงานกับคุณไพศาล รัตนบรรเทิง

เป็นคำขอโทษของ นายเปรมชัย กรรณสูต ที่เอ่ยออกมาสั้น ๆ ระหว่างเดินทางกลับ หลังศาลจังหวัดทองผาภูมิมีคำสั่งจำคุก 16 เดือน และอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว คดีนี้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนที่มารอติดตามทำข่าวตั้งแต่ช่วงเช้า หลังคดีผ่านมา 1 ปี 2 เดือน กับอีก 13 วัน

โดยในเวลา 08.09 น. นายเปรมชัย ได้เดินทางมาด้วยรถยนต์แลนด์โรเวอร์สีดำ ป้ายแดง ทะเบียน ฬ 1001 กรุงเทพมหานคร ไม่ให้สัมภาษณ์ใด ๆ กับสื่อมวลชน เพียงส่งยิ้มให้ และเดินเข้าห้องพิจารณาทันที ส่วน นายยงค์ โดดเครือ ซึ่งเป็นนายพรานคนสนิท, นางนที เรียมแสน แม่ครัว และ นายธานี ทุมมาศ คนนำทาง จำเลยที่ 2, 3 และ 4 ก็เดินทางมาศาลครบทุกคน

และเวลา 09.09 น. นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดจับกุม นายเปรมชัย พร้อม นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อดีตหัวหน้าชุดพญาเสือ เดินทางมาเพื่อร่วมฟังคำพิพากษาด้วย โดยทั้งคู่มีสีหน้าที่มั่นใจ และบอกว่าพร้อมยอมรับคำตัดสิน

ศาลจังหวัดทองผาภูมิ ใช้เวลาอ่านคำพิพากษาไม่ถึง 1 ชั่วโมง โดย นายเปรมชัย มีความผิดข้อหาร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน ข้อหาเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จำคุก 8 เดือน ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือไก่ฟ้าหลังเทา ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 เดือน รวมจำคุก 16 เดือน ยกฟ้องข้อหาร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือเสือดำ ที่ถูกพบในแคมป์ที่พัก

ส่วน นายธานี จำเลยที่ 4 ซึ่งถือว่าได้รับโทษสูงเช่นกัน ถูกโทษข้อหาร่วมกันมีอาวุธไว้ในครอบครองโดยไม่มีใบอนุญาต จำคุก 3 เดือน ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือเสือดำ ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 4 เดือน ข้อหาร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน ข้อหาพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จำคุก 4 เดือน ข้อหาล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จำคุก 1 ปี ข้อหาเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี 17 เดือน ไม่มีข้อหาใดยกฟ้อง

ส่วน นายยงค์ จำเลยที่ 2 ศาลสั่งจำคุก 13 เดือน นางนที จำเลยที่ 3 จำคุก 4 เดือน ปรับ 10,000 บาท แต่รอลงอาญา 2 ปี พร้อมกันนี้ จำเลยทั้ง 3 คน ต้องร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 2 ล้านบาท

หลังเสร็จสิ้นฟังคำพิพากษา นายวิเชียร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ เปิดเผยว่า รู้สึกพอใจคำพิพากษา และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม พร้อมทั้งกล่าวว่า วันนี้สามารถคงความยุติธรรมให้แก่เสือดำที่ตายไป

ด้าน นายชัยวัฒน์ อดีตหัวหน้าชุดพญาเสือ บอกว่า พอใจในคำตัดสินของศาล ส่วนโทษที่ นายเปรมชัย และพวก ได้รับนั้นมากกว่าที่คิดไว้ และขอขอบคุณประชาชนทั่วประเทศที่ให้ความสนใจคดีนี้ ส่วนจะมีการยื่นอุทธรณ์หรือไม่ จะพิจารณากันอีกครั้ง

หลังคำตัดสิน ทนายความของนายเปรมชัย ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดเพื่อขอประกันตัวคนละ 400,000 บาท โดยศาลได้พิจารณาคำร้องให้ปล่อยตัวชั่วคราว ส่วนจำเลยที่ 4 มีข้อหาที่มีอัตราโทษหนักกว่า ให้ประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 500,000 บาท และห้ามทั้งหมดออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาต พร้อมทั้งเปิดเผยว่า ได้เตรียมจะยื่นศาลอุทธรณ์ภายใน 1 เดือน เนื่องจากมีความเห็นแย้งกับผลการพิพากษา และยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด และขอสู้คดีนี้อย่างเต็มที่

ขณะที่ นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่า คดีนี้เสือดำไม่ได้ตายฟรี เนื่องจาก ศาลมีคำสั่งพิพากษา นายธานี เป็นผู้รับโทษในความผิดยิงเสือดำ ให้จำคุก 1 ปี ส่วน นายเปรมชัย มีคำสั่งให้รับโทษ 8 เดือน ในฐานะเป็นผู้สนับสนุน ได้รับโทษ 3 ใน 4 ของโทษร่วมกันฆ่าสัตว์ป่า พยานหลักฐานทั้งหมดชี้ว่า นายเปรมชัย คือผู้สนับสนุนการฆ่าเสือดำ ซึ่งได้รับโทษน้อยกว่า นายธานี เพียง 4 เดือนเท่านั้น ถือว่ายุติธรรม หากอัยการเห็นว่าโทษยังไม่เพียงพอ ก็สามารถอุทธรณ์คำพิพากษาได้ ส่วนประเด็นการครอบครองซากเสือดำที่ นายเปรมชัย ไม่ได้รับโทษนั้น เนื่องจากพยานหลักฐานไม่ชัดเจน ศาลจึงมีคำสั่งยกฟ้อง

ขณะที่ พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยอมรับว่า คำพิพากษานี้ทำให้รู้สึกโล่งใจที่ นายเปรมชัย มีโอกาสจะฟ้องกลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติน้อยลง เพราะศาลพิพากษาว่ามีความผิดจริง ทั้งนี้ นายเปรมชัย และพวก ยังมีความผิดอีกหลายคดี เช่น ครอบครองงาช้างและอาวุธอยู่ระหว่างไต่สวนในชั้นศาล ส่วนคดีติดสินบนเจ้าพนักงาน จะมีการตัดสินในเดือนมิถุนายนนี้

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช บอกว่า น้อมรับคำตัดสิน และพอใจในระดับหนึ่ง ที่ประชาชนจะได้รู้ว่า ไม่ว่าใครจะเป็นผู้กระทำผิดต้องถูกลงโทษ และหลังจากนี้จะคัดคำพิพากษาให้นิติกรกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ดูว่าใน 6 ข้อหาที่ยื่นฟ้องไป มีจุดใดบกพร่องบ้าง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเรียกหารือ เพื่อยื่นหลักฐานเพิ่มเติม หาก นายเปรมชัย และพวกยื่นอุทธรณ์

ขณะที่ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ออกแถลงการณ์มีใจความว่า เหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนครั้งสำคัญ ซึ่งสื่อมวลชนได้ช่วยนำเสนอเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อไม่ให้สังคมลืม เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับสัตว์ป่า และไม่ยอมรับการเข้าไปล่าสัตว์ป่าเพื่อความสนุก พร้อมทั้งได้ชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก

Tag : สนามข่าว 7 สี เกาะติดข่าวดัง เปรมชัย กรรณสูต ล่าสัตว์ป่า เปรมชัย ล่าสัตว์ คดีเปรมชัย คดีเสือดำ จำคุกเปรมชัย