พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒

ศาลฎีกายกฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อุ้มฆ่านักธุรกิจ

วันที่ 22 มี.ค. 2562 เวลา 11:20 น.

Views

ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่พลตำรวจโทสมคิด บุญถนอม อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ และอดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5  พร้อมพวกรวม 5 คน  ตกเป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อปกปิดการกระทำความผิด และหลีกเลี่ยงให้พ้นผิดทางอาญา , ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นจากกรณีการอุ้มฆ่านายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย เมื่อปี 2533
              
โดยหลังจากที่โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลขอรื้อฟื้นคดี ในปี 2552  โดยให้เหตุผลว่ามีพยานหลักฐานใหม่ เป็นแหวนของผู้เสียชีวิตซึ่งเก็บได้หลังจากนำศพไปเผาอำพรางคดี  ซึ่งเป็นหลักฐานที่สามารถเอาผิดจำเลยได้   โดยหลังจากคู่ความนำพยานหลักฐานเข้านำสืบหักล้างกันแล้ว  ศาลชั้นต้นเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์ ยังมีข้อพิรุธน่าสงสัยหลายประการ   จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย พิพากษายกฟ้อง 
              
ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า  หลักฐานที่โจทก์อ้างเป็นหลักฐานเดิม ส่วนพยานโจทก์ปากสำคัญก็เบิกความกลับไปกลับมา เห็นว่าไม่อาจรับฟังได้ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
              
ศาลฎีกาประชุมตรวจสำนวนคดีแล้ว เห็นว่า  พยานโจทก์ซึ่งเป็นประจักษ์พยาน เบิกความสับสนขัดแย้งกับคำให้การเดิม มีเหตุต้องสงสัยว่าอาจมีการเสนอผลประโยชน์เพื่อขึ้นเบิกความต่อศาล  เนื่องจากขณะนั้น พยานคนดังกล่าวเป็นจำเลยในคดีที่ต้องรับโทษจำคุกตลอดชีวิต และอยู่ระหว่างการต่อสู้คดี
              
อีกทั้งแหวน ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหลักฐานใหม่ ที่พยานอ้างว่าได้มาจากจำเลยในคดีนี้    ที่บอกว่าเป็นแหวนที่เก็บจากกองเถ้าถ่าน หลังจากนำศพผู้เสียชีวิตไปเผาอำพรางคดี  ก็ไม่ปรากฏร่องรอยการถูกไฟเผา ซึ่งขัดแย้งกับคำเบิกความของพยานโจทก์  พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักไม่เพียงพอว่าจำเลยทำผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง
              
หลังฟังคำพิพากษา พลตำรวจโทสมคิด  เปิดเผยว่า หลังจากนี้ก็จะเดินหน้าฟ้องกลับนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดี DSI (กรมสอบสวนคดีพิเศษ) และพนักงานสอบสวนในคดีต่อไป