พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒

สุทธิชัย หยุ่น แนะ"กนก"เป็นสื่อต้องระวังสุ่มเสี่ยงต่อการตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง

วันที่ 22 มี.ค. 2562 เวลา 16:07 น.

Views

จากกรณี"คลิปเสียงตัดแปะ"ที่ทำให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่วิจารณ์สื่อค่ายดังว่ามาตรฐานทางวิชาชีพต่ำลง ล่าสุดนายสุทธิชัย หยุ่น อดีตประธานกรรมการ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป ได้ออกมาแนะนำ เป็นสื่อมวลชนต้องระวังและต้องทำตัวเป็นผู้เฝ้าประตู มิฉะนั้นอาจตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

จากกรณีรายการข่าวข้นคนเนชั่น ทางเนชั่นทีวี เมื่อคืนวันที่ 19 มี.ค. ที่มีนายกนก รัตน์วงศ์สกุล เป็น 1 ในผู้ดำเนินรายการเนชั่น เปิดคลิปเสียงบทสนทนาของบุคคล 2 คน พร้อมกับกราฟฟิกประกอบคลิปเป็นเงาดำคล้ายอดีตนายกรัฐมนตรี กับหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จนทำให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมถาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ในรายการข่าวช่องเนชั่น ระบุว่า การที่เนชั่นเอาคลิปนี้ออก แสดงถึงมาตรฐานจริยธรรมที่ตกต่ำลง

ล่าสุด นายสุทธิชัย หยุ่น อดีตประธานกรรมการ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บรรณาธิการอำนวยการ เครือเนชั่น ฯลฯ สแดงความเห็นถึงเรื่องนี้ว่า “ขณะนี้ตนไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเนชั่นแล้ว เกษียณมา 1ปีพอดี ส่วนเรื่องคลิปที่ออกมานั้น เชื่อว่าสังคมไทยช่วยกันตัดสินแล้วว่าเหมาะหรือไม่เหมาะ ส่วนเนชั่นที่ผมเคยทำนั้น มีสิ่งที่เรียกว่า เนชั่น เวย์ เป็นคู่มือจริยธรรม ของคนทำข่าว ถ้าเปิดดูเพื่อดูว่าการกระทำครั้งนี้ถูกหรือผิดนั้น สรุปได้ว่ามีความสุ่มเสี่ยงที่ถูกมองได้ว่าผิดจริยธรรม

สำหรับตนมองว่า มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิด และเป็นเรื่องที่คนที่เกี่ยวข้องควรจะต้องทบทวน ฟื้นความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่เฉพาะเนชั่น ในปัจจุบันที่มีการหาเสียง การให้ข้อมูลทั้งบวกและลบต่อพรรคการเมือง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความระมัดระวัง และตรวจสอบข่าวก่อน อะไรที่สุ่มเสี่ยงกับการที่จะถูกมองว่าไม่เป็นธรรม เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ด้วยเหตุผลใดก็ตาม จะทำให้ความน่าเชื่อถือของสื่อนั้น ตกอยู่ในภาวะที่เป็นอันตราย โดยเฉพาะในปัจจุบันที่สื่อถูกจับตามองว่าเข้าข้างและเป็นเครื่องมือของใครหรือเปล่าและประชาชนคาดหวังสื่อมาก

ในภาวะเช่นนี้ ที่สื่อจะทำหน้าที่เป็นผู้ที่ตรวจสอบข่าวให้ ไม่ใช่เป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง การตัดสินใจของเนชั่นทีวีครั้งนี้ ไม่น่าจะเป็นหน้าที่ของสื่อที่เรียกตัวเองว่าเป็น “ผู้เฝ้าประตู” เพราะผู้ที่เฝ้าประตูมีหน้าที่ตรวจสอบว่าอะไรควรจะผ่านประตูนี้ หรืออะไรไม่ควรจะผ่านประตูนี้ ถ้าหากเราเป็นผู้เฝ้าประตูแล้ว เราบอกว่า อะไรก็ผ่านเข้ามาได้ แล้วคนที่อยู่ในบ้านไปตัดสินเอาเอง นั่นหมายความว่าเราไม่ได้ทำหน้าที่ของ “ผู้เฝ้าประตู”

Tag : สุทธิชัยหยุ่น กนกรัตน์วงศ์สกุล คลิปเสียง การเมือง เลือกตั้ง ธนาธรจึงรุ่งเรืองกิจ