รายงานพิเศษ : เปิดเส้นทางทุจริตเงินอุดหนุนปอเนาะ

วันที่ 3 เม.ย. 2562 เวลา 06:47 น.

Views

เงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่รัฐจ่ายปีละหลายพันล้านบาท แต่กลับมีการใช้จ่ายไม่ถูกต้อง ทำให้รัฐเสียหายหลายพันล้านบาท ติดตามจากรายงาน คุณเตชะวัฒน์ สุขรักษ์                              

ครูโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดใจด้วยความอัดอั้น หลังสอนมานานหลายปี แต่ได้รับเงินเดือนเพียงเดือนละ 6,000-9,000 บาท ทั้งที่จบปริญญาตรี

และหลังมีการตรวจสอบ โรงเรียนโอนเงินเดือนเต็มจำนวน 15,000 บาท เพียงไม่นานมีการหักเหมือนเดิม โดยครูต้องเบิกเงินคืนโรงเรียนเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ พร้อมกับคำชี้แจงว่าหักเพื่อสมทบทุนจ้างครูไม่ได้บรรจุ

ครูบางคน แม้ได้เงินเต็มจำนวน แต่ผู้บริหารโรงเรียนก็ยังหักเงินเดือนจากยอดที่ถูกหักครั้งแรก จนถึงขณะนี้มากกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ จนเหลือเงินเดือนเพียงน้อยนิด

ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลสัมฤทธิ์ต่อการศึกษาของนักเรียน และอดสงสัยไม่ได้ว่าอาจมีเรื่องเงินทอนอุดหนุนเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่ครูยังมีจิตวิญญาณและจรรยาบรรณความเป็นครู ตั้งใจสอนหนังสือให้ดีที่สุด                                            

ข้อมูลดีเอสไอ พบผู้บริหารโรงเรียนแต่ละแห่งมีพฤติกรรมเข้าข่ายทุจริต เช่น ปลอมแปลงเอกสารขอรับเงินอุดหนุน ปลอมเอกสารโครงการเพื่อการศึกษา บางรายใช้อิทธิพลบีบบังคับครูให้บริจาคเงิน และนำเงินอุดหนุนไปใช้จ่ายส่วนตัว
              
บางคนตั้งเงินเดือนตัวเองกับบุคคลใกล้ชิดในอัตราสูง และบางโรงเรียนนำชื่อผู้ที่ไม่ได้เป็นครูแล้ว หรือครูผี และนักเรียนที่ไม่ได้เป็นนักเรียนแล้ว หรือนักเรียนผี ไปลงชื่อรับเงินสนับสนุน

แต่ละขั้นตอนมีผู้เกี่ยวข้อง ทั้งสถาบันการเงิน สำนักงานการศึกษาเอกชน ร้านจำหน่ายเครื่องเขียนในพื้นที่ และสำนักงานบัญชีเอกชน ซึ่งพบว่าเดือนพฤศจิกายน ปี 2561 รัฐอุดหนุนงบประมาณจำนวน 333,400,000 บาท แต่เงินอุดหนุนถูกทุจริตหายไปกว่า 40 เปอร์เซ็นต์

ขณะที่การตรวจค้นโรงเรียนบางแห่งในพื้นที่ก็พบข้อความ และหลักฐานหลายอย่าง ที่อาจเชื่อมโยงสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ

แนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบที่ถูกจับกุม ก็ให้การว่า โรงเรียนบางแห่งถูกใช้เป็นสถานที่บ่มเพาะแนวคิดแบ่งแยกดินแดน เป็นสถานที่เลือกบุคคลเข้าร่วมขบวนการ เป็นสถานที่ฝึกร่างกาย ก่อนส่งไปฝึกกับกลุ่มอาร์เคเค เป็นสถานที่รวบรวมเงินบริจาคจากสมาชิกขบวนการ เพราะพบเงินซุกซ่อนในห้องทำงานและห้องพักของผู้บริหารจำนวนมาก

สอดคล้องกับข้อมูลเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ พบว่าเงินอุดหนุนช่วยเหลือนักเรียนรายบุคคล ที่เป็นงบประมาณได้รับมากที่สุด แต่ละโรงเรียนจะเหลือเงินมากพอ แทบไม่ต้องหักเงินเพิ่มจากครู หรือรับการบริจาคแล้ว

ต้นตอปัญหา คือ โรงเรียนเปิดในรูปแบบมูลนิธิ เพื่อให้ได้เงินอุดหนุน 100 เปอร์เซ็นต์ แต่กลับโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล จึงถือเป็นผู้มีรายได้ ทำให้ตอนนี้ผู้บริหารโรงเรียนหลายแห่งต้องจ่ายภาษีย้อนหลัง

ซึ่งขณะนี้ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า มีการตั้งคณะกรรมการจากหลายภาคส่วน มาร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว และขอให้สังคมร่วมตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมาการศึกษาไม่ได้คุณภาพ 

ส่วน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือ สช. ที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง ก็ไม่ได้มีการตรวจสอบให้ถูกต้อง เพราะพบว่ามีโรงเรียนเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ดำเนินการไม่ถูกต้อง และงบประมาณถูกใช้จริงเพียง 40 เปอร์เซ็นต์
              
ก่อนหน้านี้ กระบวนการทั้งหมดเมื่อมีการเสนอเรื่องจากพื้นที่มายังกระทรวงศึกษาธิการ จะมีอดีตผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งที่มีอำนาจหน้าที่ ดำเนินการแก้ไขกฎและระเบียบให้สอดรับการเบิกจ่ายเงินอุดหนุน และเป้าหมายหลักขณะนี้ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องการยกระดับมาตรฐานชีวิตนักเรียนและครูให้ดีขึ้น แต่ละโรงเรียนต้องปรับหลักสูตรให้มีการเรียนวิชาสามัญเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ แต่หากไม่ให้ความร่วมมือแก้ไขปัญหาดังกล่าว ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพราะล่าสุด ดีเอสไอ เตรียมรับเป็นคดีพิเศษแล้ว

Tag : สนามข่าว 7 สี เกาะติดข่าวดัง เงินอุดหนุนโรงเรียน โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุจริตเงินอุดหนุนโรงเรียน ทุจริต ทุจริตเงินโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ทุจริตเงินอุดหนุนปอเนาะ เงินอุดหนุนปอเนาะ ปอเนาะ