News

กกต.มีมติสั่งจัดการเลือกตั้งใหม่ 6 หน่วย ใน 5 จังหวัด

สูตรคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ ของ กกต. ที่ตอนนี้มีข้อมูลว่ามี 2 สูตร ต้องรอความชัดเจนหลังจากที่อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 2 คน เข้าพบกับ กกต. เพื่อพูดถึงเจตนารมณ์ของการร่างรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการคิดสูตรคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ โดยจะมีความชัดเจนในสัปดาห์นี้

สาเหตุที่ทำให้เกิดสูตรใหม่ว่า พรรคการเมืองที่ได้ สส.เขต เท่านั้น จึงจะได้ สส.บัญชีรายชื่อ มาจากการตีความกฎหมายเลือกตั้ง สส. มาตรา 128(5) ที่บัญญัติว่า ให้นำจำนวน สส.แบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด ไปจัดสรรให้แก่พรรคการเมืองที่มีจำนวน สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ทำให้พรรคการเมืองที่อาจได้คะแนนมากกว่าจำนวน สส.พึงมี แต่ไม่ได้ สส.เขต จะไม่ได้ สส.บัญชีรายชื่อ เลย จึงต้องติดตามว่า กกต. จะตัดสินใจอย่างไร เพราะตัวเลข สส. จากการคำนวณครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นตัวตัดสินขั้วการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาลด้วย

ด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย เตือน กกต. ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง สส.อย่างเคร่งครัด อย่าตีความเพื่อให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้คะแนนมากกว่าอีกฝั่งหนึ่ง

และท่ามกลางกระแสวิจารณ์การจัดการเลือกตั้งของ กกต. เมื่อวานนี้ กกต. มีมติสั่งเลือกตั้งใหม่ 5 จังหวัด คือ ลำปาง กทม. ยโสธร เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก ใน 6 หน่วยเลือกตั้ง พ่วงนับคะแนนใหม่ที่ขอนแก่นอีก 2 หน่วยเลือกตั้ง

ขณะเดียวกันยังมีการทยอยยื่นคำร้องให้ กกต. นับคะแนนใหม่ในหลายพื้นที่ โดยผู้สมัคร สส. เขต 7 สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ขอให้ กกต. สั่งนับคะแนนใหม่ในเขตดังกล่าว

ส่วนตัวแทนจาก พรรคมหาชน ขอให้ตรวจสอบผลเลือกตั้งของพรรคที่ตอนแรกสูงเกือบ 400,000 แต่เมื่อประกาศคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ กลับเหลือแค่ 17,000 คะแนน

ขณะที่ผู้สมัครในเขตเลือกตั้งที่ กกต. สั่งให้เลือกตั้งใหม่เพียงหน่วยเดียวยังมีปัญหา โดยเฉพาะในเขตบางกะปิ ที่สองผู้สมัครจากเพื่อไทย และอนาคตใหม่ แท็กทีมกันเรียกร้องให้ กกต. จัดเลือกตั้งใหม่ทั้งเขต ไม่ใช่จัดใหม่แค่หน่วยเลือกตั้งเดียว

สำหรับพื้นที่นี้เป็นการแข่งขันกัน 4 พรรค คือ ประชาธิปัตย์ เพื่อไทย อนาคตใหม่ และพลังประชารัฐ โดยในหน่วยเลือกตั้งดังกล่าวมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งราว 700 คน ขณะที่ผลเลือกตั้งที่ผ่านมา ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ ชนะพรรคเพื่อไทยกว่า 3,000 คะแนน

จากเรื่องหนักอกของ กกต. มาดูเรื่องหนักใจสำหรับ 2 ขั้วการเมือง ที่ชิงการจัดตั้งรัฐบาลกันบ้างว่า ตอนนี้มีความคืบหน้ากันไปถึงไหนแล้ว

ดูเหมือนว่าขั้วพรรคเพื่อไทยที่ชิงตั้งรัฐบาลก่อน จะอยู่บนความไม่แน่นอนเหมือนกันว่าจะรักษาสถานะไว้ได้หรือไม่ เพราะมีตัวแปรสำคัญจากจำนวน สส. ที่ยังไม่นิ่ง จนทำให้ตัวเลข 255 เสียงก่อนหน้านี้ อาจลดลงเหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวน สส. ทั้งหมด แต่ทั้งพรรคเพื่อไทยและอนาคตใหม่ ยังยืนยันในสัตยาบันที่ทำร่วมกัน 6 พรรค ว่ายังเดินหน้าตั้งรัฐบาลได้

ขณะที่พรรคเนื้อหอมอย่าง ภูมิใจไทย เมื่อวานนี้มีงานใหญ่ที่บุรีรัมย์ ปู่ชัย ชิดชอบ เปิดบ้านให้อวยพรวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 91 ปี เจ้าตัวหวังอยากเห็นบ้านเมืองสงบ ส่วน เสี่ยหนู นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ย้ำจุดยืน ไม่กระโจนเข้าสู่สนามจัดตั้งรัฐบาลไม่ว่าขั้วใดทั้งสิ้น ขอรอผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 พฤษภาคม ก่อน

ด้าน พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีวาระต้องเลือกผู้บริหารใหม่ หลังหัวหน้าพรรคลาออก และการตัดสินใจการเมืองว่าจะเข้าร่วมรัฐบาล หรือเป็นฝ่ายค้านอิสระ ก็ยังไม่ตกผลึก โดยภายในพรรคเสียงแตกออกเป็น 2 ทาง ซึ่งฝ่ายสนับสนุนเป็นรัฐบาลรุกหนักผ่านการเคลื่อนไหวของ นายถาวร เสนเนียม และกลุ่ม กปปส.เดิมที่ฝังตัวอยู่ในพรรค โดยล่าสุด นายถาวร ส่งไลน์เข้ากลุ่ม สส.พรรค นัดถกอนาคตการเมืองกันในวันพรุ่งนี้

ขณะเดียวกัน นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาฯ พรรคเพื่อไทย ก็ออกมาสยบข่าวที่ว่า คุณหญิงสุดารัตน์ จะถอยห่างจากพรรค จะมีการผลักดัน นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 3 เป็นนายกรัฐมนตรีแทน ว่าไม่เป็นความจริง พรรคยังคงมีความเป็นเอกภาพ