News

"สมชัย"เตือนอย่าอ้างเจตนารมณ์คิดสูตรคำนวนสส.บัญชีรายชื่อพรรคเล็ก

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือกกต.และผู้สมัครสส.จากพรรคประชาธิปัตย์ ดักคอจะมีการอ้างเจตนารมณ์ในการใช้สูตรคำนวนสส.บัญชีรายชื่อว่า ต้องคำนึกถึงคะแนนเสียงเลือกตั้งทุกคะแนน เพื่อเอื้อให้พรรคเล็กๆที่ได้คะแนนไม่ถึงค่าเฉลี่ยถึง 7 หมื่นคะแนนได้สส. 1 คน หากไม่ทักท้วงต่อไปอาจมีพรรคลงสมัคร 200-300 พรรคในหนึ่งเขต

นายสมชัยโพสต์แสดงความเห็นถึงกรณีสับสนเรื่องการใช้สูตรคำนวนสส.บัญชีรายชื่อว่า  เคารพในอำนาจวินิจฉัย แต่เรื่องใหญ่กำลังจะเกิด การที่ กกต.เคาะสูตรการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยเอาเศษไปกระจายให้กับพรรคที่มีคะแนนเสียงต่ำกว่า 71,057.4980 คะแนน หรือ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่นำมาคำนวณ ส.ส.ที่พึงจะมีหนึ่งคนนั้น เป็นผลใหญ่ที่ตามมาในระยะสั้นและระยะยาวดังนี้

ระยะสั้น จะมีพรรคใหญ่และพรรคกลางที่เห็นว่า กกต.คำนวณสูตรดังกล่าวขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา91(4) ที่กำหนด"ไม่ให้จัดสรรจำนวน ส.ส.แก่พรรคใดแล้ว มีจำนวน ส.ส.เกินกว่าจำนวนที่พึงจะมี" ฟ้อง ปปช.ถอดถอน กกต.ว่า กระทำผิดรัฐธรรมนูญ และ ฟ้องศาลรัฐธรรมนูญว่า กกต.วินิจฉัย กม.ลูกขัดกับรัฐธรรมนูญ เป็นเหตุให้ประกาศจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อผิดจากที่ควรจะเป็น

ระยะยาว หากหลักการดังกล่าวถูกนำไปใช้โดยไม่มีใครทักท้วง ในอนาคตจะมีพรรคเล็กเกิดขึ้นอีกมากมาย ประเทศไทยอาจมีพรรคการเมืองถึง 200-300 พรรค ในเขตเลือกตั้งหนึ่งจะมีผู้สมัครเป็นร้อยพรรค คะแนนของผู้ชนะจะลดลงเหลือหมื่นต้นๆ ทำให้จำนวน overhang เพิ่มขึ้นอีกมากมาย การกระจายเศษอาจไปถึงพรรคลำดับหลังๆที่มีคะแนนแค่หลักพัน

วันนี้ ยังแค่เผยสูตร ไม่ได้ประกาศผลอย่างเป็นทางการ ลองคิด ลองไตร่ตรองดูว่าจะเกิดตามที่ผมกล่าวจริงหรือไม่ ประเด็นที่ควรจับตามองคือ กรธ.หรือผู้รู้บางคนจะออกมาพูดให้เชื่อในเจตนารมณ์ว่าต้องนำนึงถึงทุกคะแนนและกกต.อาจจัดสรรให้พรรคเล็กๆประมาณ 9 พรรคได้สส.พรรคละ 1 คนตามที่เป็นข่าว ทั้งๆที่กฎหมายเขียนไว้ว่า จำนวนสส.จะต้องไม่เกินสส.พึงมี ถ้าสส.พึงมีน้อยกว่า 1 คนจะจัดสรรให้เป็น 1 คนได้ละหรือ