"ชัชชาติ"ชวนอ่านหนังสือเพื่อรู้เท่าทันเผด็จการและความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

วันที่ 9 เม.ย. 2562 เวลา 14:58 น.

Views

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กแนะนำหนังสือ 2 เล่ม How Democracies Die” และ "21 Lessons for 21st Century" เพื่อทำความเข้าใจความเสื่อมถอยของระบอบประชาธิปไตยและรู้เท่าทันเผด็จการ กับการเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในอนาคต

นายชัชชาติ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวแนะนำหนังสือ 2 เล่ม เล่มแรก “How Democracies Die” หรือ“ประชาธิปไตยตายได้อย่างไร” เขียนโดย Steven Levitsky และ Daniel Ziblit ซึ่งทั้งสองท่านเป็น Professors of Government ที่ Harvard University โดยกล่าวว่า เนื้อหาในหนังสือได้อธิบายถึงการเสื่อมถอยหรือการตายของประชาธิปไตยในหลายๆประเทศทั่วโลกซึ่งแบ่งได้เป็นสองรูปแบบคือ

แบบที่ 1: ตายด้วยปืนซึ่งหมายถึงการปฎิวัติรัฐประหาร โดยมีประเทศตัวอย่างเช่น อาร์เจนตินา บราซิล โดมินิกัน รีพับลิก กาน่า กรีซ กัวเตมาลา ไนจีเรีย ปากีสถาน เปรู ตุรกี อุรุกวัย
แบบที่ 2: ตายด้วยเผด็จการ (Authoritarians) ที่ใจจริงแล้วไม่ได้เลื่อมใสในระบอบประชาธิปไตยแต่แฝงมากับขบวนการตามระบอบประชาธิปไตยหรือการเลือกตั้งเพื่อเข้าสู่อำนาจ เช่น ฮิตเลอร์จากเยอรมัน ฮูโก ชาเวซจากเวเนซูเอลา อัลเบอร์โต ฟูจิโมริจากเปรู

ในหนังสือเล่าว่าผู้นำจากการเลือกตั้งในประเทศเหล่านี้ ได้ทำลายระบอบประชาธิปไตยโดยการใช้องค์กรกลาง เช่น ใช้ขบวนการยุติธรรมเป็นอาวุธ ซื้อหรือกดขี่สื่อไม่ให้แสดงความเห็น เขียนกฎใหม่เพื่อให้ฝ่ายตัวเองได้เปรียบทางการเมือง โดยสิ่งที่น่าเศร้าใจที่สุดคือการใช้สถาบันต่างๆในระบอบประชาธิปไตยในการค่อย ๆ ฆ่าประชาธิปไตยเสียเอง

หนังสือยังให้แนวทางการพิจารณาว่าใครเป็นเผด็จการที่แฝงมากับระบอบประชาธิปไตยนั้นดูได้จากตัวชี้วัดสี่ตัว (Four Key Indicators of Authoritarian Behavior) คือ
1. การไม่ยอมรับกติกาของประชาธิปไตย เช่น การล้มล้างรัฐธรรมนูญ การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลโดยใช้กำลัง
2. การปฏิเสธความชอบธรรมของคู่แข่งขันทางการเมือง เช่น การกล่าวหาว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ การกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานว่าอีกฝ่ายเป็นอาชญากร
3. การสนับสนุนให้ใช้ความรุนแรง เช่น การใช้ความรุนแรงกับฝ่ายตรงข้าม
4. การลิดรอนสิทธิเสรีภาพของฝ่ายตรงข้ามและสื่อมวลชน เช่น การใช้กฎหมายในการควบคุมการวิพากษ์วิจารณ์ของฝ่าย

หนังสือยังได้แนะนำว่าในการต่อสู้กับเผด็จการที่แฝงมากับการเลือกตั้งนั้น ฝ่ายที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยต้องร่วมมือกัน ถึงแม้จะมีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ต่างกันแต่ต้องเอาความอยู่รอดของประชาธิปไตยมาก่อน ซึ่งการร่วมมือกันของฝ่ายประชาธิปไตยจะช่วยหยุดยั้งฝ่ายเผด็จการและรักษาระบอบประชาธิปไตยไว้ได้ เนื้อหาในหนังสือน่าสนใจดีครับ บางเรื่องอาจนำมาใช้กับบ้านเราตอนนี้ได้

ส่วนหนังสือเล่มล่าสุดที่นายชัชชาติแนะนำคือ "21 Lessons for 21st Century" เขียนโดย Yuval Harari แปลโดย ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์และคุณธิดา จงนิรามัยสถิตย์ โดยกล่าวว่า ผมยกให้เป็นหนังสือที่ชอบมากที่สุดที่ได้อ่านในปีที่แล้วครับ หนังสือพูดถึงเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ปัญหาและความท้าทายต่างๆในอนาคต ทางออกที่อาจจะเป็นไปได้ ผมชอบเพราะรู้สึกว่า Harari สามารถอธิบายสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นได้ดี หลายๆเรื่องเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเราด้วย

ในบทที่สองเขาพูดถึงเรื่องงาน (Work) การมาแทนที่คนด้วยหุ่นยนต์และ AI (Artificial Intelligence) ในอดีตตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรม ทุกๆงานที่ถูกแทนด้วยเทคโนโลยีจะมีงานใหม่อย่างน้อยหนึ่งงานถูกสร้างขึ้นมาทดแทน แต่แนวโน้มในปัจจุบันไม่ใช่แบบนั้นอีกต่อไป

1. งานที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ส่วนใหญ่จะเป็นงานที่ต้องการความเชี่ยวชาญในระดับสูง (High Level of Expertise) ไม่เหมือนสมัยก่อนที่แรงงานภาคเกษตรย้ายไปทำในโรงงาน ก่อสร้าง หรือขายของในซุปเปอร์มาร์เก็ต ไม่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะมากนัก ฝึกได้ไม่ยาก แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้ว งานใหม่จะยากขึ้น เช่นการดูแลโดรน,หุ่นยนต์
2. อนาคตปัญหาของแรงงานไม่ใช่เรื่องการถูกเอาเปรียบ (Exploitation) แต่จะเป็นเรื่องการไม่เกี่ยวข้อง ไม่เป็นที่ต้องการ (Irrelevance) มากกว่า แรงงานจะสูญเสียความสำคัญทางเศรษฐกิจไป
3. จะเกิดชนชั้นใหม่ เรียกว่าชนชั้นที่ไร้ค่า (Useless Class) เพราะความชำนาญที่คนกลุ่มนี้มี ไม่ได้เป็นที่ต้องการของตลาดแล้ว

เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดเฉพาะผู้ใช้แรงงานแต่เกิดได้กับงานทุกรูปแบบ รวมถึงงานในสำนักงานด้วย คนทำงานออฟฟิศด้วย สิ่งที่จะช่วยเรารับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้คือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ภาครัฐต้องดูแลแรงงานในช่วงการปรับตัว การเรียนรู้ความเชี่ยวชาญใหม่ ต้องปกป้อง "คนทำงาน" มากกว่าปกป้อง "งาน" (Protect Workers Not Jobs)

ผลกระทบของการมาแทนที่คนด้วยเทคโนโลยีไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะคนที่ถูกแทนที่เท่านั้นแต่จะมีผลกระทบในวงกว้าง เพราะหุ่นยนต์ไม่ต้องเสียภาษี ไม่ต้องกินข้าวเหนียวหมูปิ้ง ไม่ต้องซื้อเสื้อผ้าใส่ ไม่ต้องเช่าหอพักอยู่ ไม่ต้องขับมอเตอร์ไซค์ไปทำงาน ไม่ต้องดูหนัง เล่นมือถือ ผลกระทบเหล่านี้ เราอาจจะเริ่มเห็นในบ้านเราบ้างแล้วและอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบที่ว่า ทำไมบริษัทใหญ่ๆที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีจึงรวยเอารวยเอาแต่คนตัวเล็กตัวน้อยรู้สึกว่าจนลงจนลง นี่เป็นแค่เรื่องหนึ่งในหลายๆเรื่องที่ชวนคิดต่อของหนังสือเล่มนี้ครับ โลกเปลี่ยนเร็ว อนาคตไม่รอเรา ที่สำคัญคือเราจะวิ่งตามอนาคตอย่างไร

Tag : ชัชชาติสิทธิพันธุ์ พรรคเพื่อไทย เผด็จการ ประชาธิปไตย หนังสือ การเมือง เลือกตั้ง