รายงานพิเศษ : จับมิจฉาชีพนำแหวนเพชรปลอมแลกของจริง พบประวัติโชกโชน

วันที่ 12 เม.ย. 2562 เวลา 06:51 น.

Views

ตำรวจสำเหร่ จับกุมมิจฉาชีพทำทีเป็นลูกค้า เลือกซื้อแหวนเพชร ก่อนฉวยโอกาสนำแหวนเพชรของปลอมไปสลับของจริง แล้วหลบหนีลอยนวล ตรวจสอบประวัติไม่ธรรมดา พบก่อเหตุมาแล้วถึง 8 คดี

กล้องวงจรปิดหลายจุดภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านเจริญนคร บันทึกภาพชายคนหนึ่งแต่งกายดี และสวมหน้ากากกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก เดินเข้ามาในห้างสรรพสินค้าเพียงลำพัง ก่อนตรงไปยังร้านเพชร ทำทีขอดูแหวนเพชรซึ่งประดับตัววงเป็นทองคำขาว ราคา 300,000 บาท ก่อนจะแอบถ่ายรูปแหวนเพชรวงดังกล่าว จากนั้นก็เดินทางกลับ

เย็นวันเดียวกัน ชายคนดังกล่าวย้อนกลับมาที่ร้านเพชรอีกครั้ง ลักษณะแต่งกายชุดเดิม คราวนี้ได้เจรจาต่อรองซื้อเพชรวงเดิมกับเจ้าของร้าน จนสามารถตกลงราคากันที่ 260,000 บาท จากนั้นมิจฉาชีพรายนี้แอบสลับแหวนเพชรปลอมที่เตรียมมา ยื่นให้กับเจ้าของร้านนำไปห่อเป็นของขวัญ พร้อมออกอุบายว่า ตัวเองจะออกไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม และอาศัยโอกาสนี้นำแหวนเพชรของจริงหลบหนีไป เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา

ภายหลังเจ้าของร้านรู้ตัว เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.สำเหร่ เพื่อให้ช่วยติดตัวตัวมิจฉาชีพคนนี้มาดำเนินคดี ตำรวจจึงเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง จนทราบว่าชายคนดังกล่าวขึ้นรถแท็กซี่คันหนึ่งหลบหนีไป

ตำรวจรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ และนำกำลังไปเฝ้าติดตาม กระทั่งพบผู้ต้องหาเดินอยู่บริเวณปากซอยเจริญนคร 47 เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร จึงแสดงตัวเข้าจับกุม

นายเมธาสิทธิ์ อริยะกุล อายุ 39 ปี ยอมรับเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับจริง โดยซื้อแหวนเพชรปลอมมาจากตลาดนัดทั่วไปนำมาเก็บไว้ จากนั้นจะตามหาแหวนเพชรที่มีลักษณะคล้ายกัน นำไปสับเปลี่ยน ซึ่งแหวนเพชรที่ขโมยมาได้ จะนำไปขายให้กับเพื่อนชื่อบอย ในราคา 45,000 บาท ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติม ขอให้การในชั้นศาล พร้อมอ้างว่ามีพี่ชายเป็นตำรวจอยู่ที่ สน.แห่งหนึ่งอีกด้วย

ตำรวจไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา เพราะจากการตรวจสอบแผนประทุษกรรม มีความซับซ้อน อีกทั้งผู้ต้องหามีความนิ่ง เชื่อว่าเตรียมการมาอย่างดีก่อนก่อเหตุ ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ ผู้ต้องหารายนี้เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน ตั้งแต่ปี 2554 รวม 6 คดี ก่อนจะมาถูกจับกุมตัวได้ และเพิ่งจะพ้นโทษออกมาเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ผู้ต้องหายังไม่หลาบจำ หลังพ้นโทษไปก่อเหตุในพื้นที่ สน.ปทุมวัน อีกเป็นคดีที่ 7 ได้แหวนเพชรมูลค่า 400,000 บาท กระทั่งครั้งล่าสุดมาถูกตำรวจ สน.สำเหร่ จับกุมตัวได้เป็นคดีที่ 8

ตำรวจเชื่อว่าการก่อเหตุในลักษณะนี้ น่าจะมีผู้ร่วมขบวนการอีก โดยจะเร่งขยายผลเพื่อติดตามเพื่อนร่วมแก๊งมาดำเนินคดีทั้งหมด หากผู้เสียหายรายใดที่เคยถูกผู้ต้องหารายนี้ก่อเหตุ สามารถเดินทางมาขออายัดตัวดำเนินคดีได้

Tag : สนามข่าว 7 สี เกาะติดข่าวดัง สลับแหวนเพชร ขโมยแหวนเพชร เพชรปลอม ขโมยของ ลักทรัพย์