News

แจ้งข้อหาฆ่าโดยเจตนา เสี่ยขับรถเบนซ์ชน พ.ต.ท.ดับพร้อมภรรยา

จากเหตุการณ์เสี่ยเจ้าของธุรกิจอะไหล่รถยนต์ เมาขับรถเบนซ์ชนพันตำรวจโทเสียชีวิต พนักงานสอบสวนได้นำแนวคำพิพากษาของศาลกรณีเมาแล้วขับรถชนคนเสียชีวิต มาปรับใช้กับกรณีที่เกิดขึ้น เพื่อแจ้งข้อหาเจตนาฆ่า

จากอุบัติเหตุที่ นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ และ พันตำรวจโทจตุพร งามสุวิชชากุล ขับรถชนประสานงากัน เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ทำให้ พันตำรวจโทจตุพร เสียชีวิตคาซากรถ ภรรยาไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ส่วนบุตรสาวบาดเจ็บสาหัส ยังอยู่ในห้องไอซียู ขณะที่ นายสมชาย ขณะเกิดเหตุพบว่าอยู่ในสภาพเมาสุราอย่างหนัก วัดปริมาณแอลกอฮอล์ได้สูงถึง 260 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ นั้น

โดยหลังจากการสอบปากคำ นายสมชาย ซึ่งได้ให้การว่าไปตีกอลฟ์แล้วก็ดื่มสังสรรค์กับเพื่อน ก่อนจะขับรถกลับบ้าน มารู้สึกตัวอีกครั้งตอนถุงลมนิรภัยทำงานแล้ว พนักงานสอบสวนก็ได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนา, พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ขับรถในขณะมึนเมาสุรา เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และข้อหาอื่นรวม 5 ข้อหา ซึ่ง นายสมชาย ก็ได้ให้การปฏิเสธข้อหาฆ่าโดยเจตนา และพยายามฆ่าโดยเจตนา นั้น

การแจ้งข้อหาเจตนาฆ่าดังกล่าว มีรายงานว่า พนักงานสอบสวนได้นำแนวทางคำพิพากษา จากกรณีเมาแล้วขับรถชนคนเสียชีวิตมาเทียบเคียง โดยเห็นว่าผู้ต้องหาได้สมัครใจดื่มสุรา และดื่มเป็นจำนวนมาก เป็นเรื่องที่ย่อมรู้ได้ว่าจะเกิดความมึนเมาถึงขั้นสูญเสียความสามารถในการควบคุมร่างกาย ทั้งที่ตนเองจะต้องขับรถ และผู้ต้องหาย่อมรู้อยู่แล้ว หรือเล็งเห็นอยู่แล้วว่า หากขับรถอาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ แต่ก็ยังฝืนขับรถไปทั้งที่ไม่สามารถควบคุมร่างกายได้ ซึ่งจากข้อเท็จจริงก็พบว่าขับรถออกมาได้เพียง 400 เมตร ก็เกิดอุบัติเหตุขึ้น สภาพการชนก็ชนด้วยความรุนแรง ไม่มีร่องรอยของการเบรก

เมื่อพิจารณาถึงพฤติเหตุ, พฤติการณ์, ลักษณะแห่งการกระทำ รวมถึงผลของการกระทำที่เกิดขึ้น ผู้ต้องหาย่อมไม่อาจอ้างความมึนเมาเป็นข้อแก้ตัวว่าไม่สามารถรู้ผิดชอบ หรือไม่สามารถบังคับตนเองได้ จึงถือว่าผู้ต้องหามีเจตนาฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตาย