พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒

รัฐบาลแห่งชาติกลายเป็นประเด็นถกเถียงในแวดวงการเมืองหนาหูขึ้นเรื่อยๆ

วันที่ 16 เม.ย. 2562 เวลา 00:59 น.

Views

ข้อเสนอรัฐบาลแห่งชาติ ล่าสุดมาจาก นายนพดล อมรเวช หัวหน้าพรรครวมใจไทย ในฐานะเลขาธิการกลุ่มสามัคคีข้ามชาติ ที่ระบุว่ามีสมาชิก 25 พรรคการเมืองในกลุ่มนี้ สนับสนุนแนวทางตั้งรัฐบาลสามัคคีแห่งชาติ ที่ไม่ได้มาจากกลุ่มทหารหรือนักการเมือง และยกเลิกผลเลือกตั้ง 24 มีนาคม หรือหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ประกาศรับรองผลเลือกตั้งให้จัดตั้งสภาสามัคคีแห่งชาติ ให้ทุกพรรคการเมืองที่มีคะแนนเสียงเข้าร่วมเป็นสมาชิก โดยเชื่อว่าจะทำให้การเมืองมีเสถียรภาพ ขับเคลื่อนประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่านได้

อีกคนหนึ่งที่แนะสังคมให้จับตารัฐบาลแห่งชาติ คือ นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ โพสต์ความเห็นไว้ในเฟซบุ๊ก สะท้อนพิษร้ายจากรัฐธรรมนูญ 60 ที่ทำให้ 2 ขั้วการเมือง มีคะแนนเสียงปริ่มน้ำ ส่อเค้าว่าจะมีปัญหาในการตั้งรัฐบาล พร้อมแนะให้จับตารัฐบาลแห่งชาติ โดยทิ้งท้ายว่า ในที่สุดความถูกต้องจะบังเกิดในบ้านเมือง ความศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม
 
แต่ดูเหมือนว่าข้อเสนอรัฐบาลแห่งชาติ จะเป็นเรื่องที่ฟากฝั่งพลังประชารัฐ ไม่ปลื้ม ดังจะเห็นได้จากท่าทีของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคที่ออกมายืนยันเสียงแข็ง ตั้งรัฐบาลปกติได้ไม่ต้องไปไกลถึงรัฐบาลแห่งชาติ โดยเชื่อไม่มีทางตัน แถมยังวิเคราะห์ 250 สว. ว่าจะช่วยดับไฟการเมืองให้กับประเทศ

เช่นเดียวกับคนรัก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่าง นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ที่มีลุ้นอาจจะได้ สส. 1 คน ก็ออกมายืนยันพลเอกประยุทธ์ เหมาะสมที่จะไปต่อในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และมองคนเสนอรัฐบาลแห่งชาติ ว่าเป็นพวกจ้องสกัดพลเอกประยุทธ์

ส่วนอีกขั้วการเมืองอย่างพรรคเพื่อไทย ก็ยืนกรานผ่าน นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ ให้พรรคได้ สส.อันดับ 1 ตั้งรัฐบาล เพื่อไม่ให้ยืดเยื้อจนฉุดเศรษฐกิจดิ่งเหว
  
ด้านความเคลื่อนไหวพรรคประชาธิปัตย์ ยังถูกจับตาว่าจะร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐหรือเป็นฝ่ายค้านอิสระ ล่าสุดมีข่าวเสนอ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นประธานสภาแลกกับการร่วมรัฐบาลพลังประชารัฐ จนเจ้าตัวต้องออกมาปฏิเสธ ระบุเป็นข่าวลวงเพื่อสร้างกระแสทางการเมือง พร้อมย้ำการตัดสินใจทางการเมืองของประชาธิปัตย์ เป็นหน้าที่กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่และ สส.ใหม่ที่จะชี้ขาดหลังวันที่ 9 พฤษภาคม 

เรื่องวุ่นๆ เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ล่าสุดมีการจุดประเด็นวันเลือกตั้งขัดกฎหมายมาให้สังคมร่วมกันขบคิด

ผู้ที่จุดประเด็นเรื่องนี้ คือ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์จดหมายเปิดผนึกของ กกต.ทั้ง 7 คน ชี้ถึงการนับวันเลือกตั้งจากวันที่มีพระราชกฤษฎีกาจัดการเลือกตั้ง 23 มกราคม ถึงวันที่ 24 มีนาคม รวม 61 วัน เกิน 60 วัน ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในมาตรา 103 จึงขอให้ กกต.พิจารณาข้อมูลนี้โดยรอบคอบในการประกาศผลการเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อไปตรวจสอบเนื้อหาในพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง พบว่ามีการอ้างถึงรัฐธรรมนูญมาตรา 268 ที่ให้จัดเลือกตั้งภายใน 150 วัน นับแต่วันที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับแล้วเสร็จ ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางที่ฝ่าย กกต.รวมถึงรัฐบาลนำมาใช้เพื่อยืนยันว่าวันเลือกตั้งที่เกิน 60 วัน ไร้ปัญหา เนื่องจากยึดกรอบ 150 วัน ก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่าประเด็นนี้จะถูกขยายกลายเป็นปัญหาทางกฎหมายที่จะกระทบกับการเลือกตั้งอย่างไร หรือไม่

ส่วนคำร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลปกครองหรือศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเลือกตั้ง เป็นโมฆะ ของ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นั้น นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่าคำร้องดังกล่าวน่าจะเข้าสู่การพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดินได้หลังสงกรานต์ เพราะถือเป็นเรื่องเร่งด่วน