ร.10 ทรงห่วงพสกนิกร รับสั่งจัดเบาะรองนั่ง-หญ้าเทียม เฝ้ารับเสด็จฯ

วันที่ 27 เม.ย. 2562 เวลา 09:01 น.

Views

ที่ห้องประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวในพิธีเปิดศูนย์สื่อมวลชนงานพระราชิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ที่มี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นประธาน เมื่อวันที่ 26 เม.ย.62 ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้การเตรียมการดูแลความปลอดภัย และการอำนวนความสะดวกด้านการจราจร ให้กับพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางมาเฝ้ารับเสด็จฯ ตลอดพิธีการงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตั้งแต่วันที่ 2 - 6 พ.ค. 62 โดยหลักการทำงานจะยึดประชาชนทุกคนถือเป็นแขกของพระองค์ท่าน พี่น้องชาวไทยและต่างชาติที่เดินทางมาภายในงานพระราชพิธีจะได้รับการดูอย่างดีด้วยความอบอุ่นจากทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง

โดยมาตรการในการดูแลทั้งระบบรถ ระบบราง และระบบเรือ มีการจัดเตรียมสถานที่สำหรับให้ประชาชนจอดรถส่วนบุคคล รถตู้ รถบัส จำนวน 26 จุด รองรับได้ 38,000 คัน กระจายตามสถานที่ราชการ และห้างสรรพสินค้าโดยรอบ จากนั้น จะมีรถ ชัสเตอร์บัส รับบริการประชาชนเข้ามายังบริเวณงานพระราชพิธีฯ สำหรับประชาชนที่เดินทางมาระบบราง(รถไฟ) จาก 4 ทิศทาง จ.พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา จ.นครปฐม จ.สมุทรสาคร เมื่อเดินทางมาถึงปลายทางกรุงเทพฯ ก็จะมีรถชัสเตอร์บัส รับ-ส่งมาพื้นที่ชั้นในเช่นกัน ส่วนรถไฟฟ้า ก็จะมีรถชัสเตอร์บัสบริการด้วย

ส่วนผู้ที่เดินทางโดยเรือ สามารถมาขึ้นได้ที่ท่าเรือท่าช้าง ท่าเตียน ท่าปิ่นเกล้า และท่าปากคลองตลาด ส่วนผู้ที่โดยสารเรือจากคลองแสนแสบ สามารถมาขึ้นลงได้ที่ท่าเรือผ่านฟ้า และคลองผดุงกรุงเกษม และท่าวิสุทธิกษัตริย์และมีจุดพักคอย 7 จุด เช่นที่บ้านมนังคศิลา บ้านพิษณุโลก สนามม้านางเลิ้ง สะพานพระราม 8 ฝั่งกรุงเทพฯ สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ฝั่งกรุงเทพฯ สะพานพระพุทธยอดฟ้า และวัดเทพศิรินทร์ ทั้งนี้ เพื่อให้บริการประชาชนและนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานโรงครัวพระราชทาน มีจอภาพ LED ขนาดใหญ่ ถ่ายทอดบรรยากาศต่างๆของงานพระราชพิธีทั้งหมดให้ได้ชม มีการจัดนิทรรศการ ให้บริการด้านการแพทย์ มีดนตรี

ส่วนภายในบริเวณงานจะมีจุดคัดกรอง 21 จุด เข้ามาในแก้มลิงมีจุดคัดกรองอีก 27 จุด และมีจุดการแพทย์ 43 จุด จะมีหน่วยแพทย์ฉุกเฉินคอยดูแลรับส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาล และจั้งจุดบริการการแพทย์ ทุก 250 เมตร รอบบริเวณงาน และมีรถสุขาเคลื่อนที่ 48 คัน กระจายตามจุดต่าง ๆ 6โซน มีการติดตั้งจอ LED ขนาดใหญ่ 25 จอ มีโทรทัศน์ขนาด 49 นิ้ว 20 จุด ติดตั้งในจุดต่างๆให้ประชาชนได้ชมการถ่ายทอดงานพระราชพิธีตลอดงาน

และในวันเสด็จสถลมารค สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพี่น้องประชาชนจึงให้เจ้าหน้าที่นำเสื่อ เบาะรองนั่ง และหญ้าเทียม รองนั่งเพื่อป้องกันเพราะอากาศร้อนขณะนั่งรอรับเสด็จฯในวันที่ 5 พ.ค.นี้ และตลอดเส้นทางขบวนเสด็จผ่านมีจุดให้บริการทางการแพทย์ 43 จุด และยังมีแพทย์พยาบาลเดินไปตามที่มีพี่น้องประชาชนนั่งอยู่ด้วย และมีโรงครัวพระราชทานทั้งหมด 18 แห่ง อยู่ในพื้นที่ชั้นใน 10 แห่ง พื้นที่ชั้นนอก 8 แห่ง เพื่อบริการพี่น้องประชาชน และมีรถสุขาของ กทม.ให้บริการตามจุดต่างๆ

สำหรับการปิดการจราจร ในวันที่ 2 พ.ค.จะปิดการจราจรบริเวณโดยรอบพระลานพระราชวังดุสิต เช่นถนนอู่ทองใน ถนนศรีอยุธยา ถนนพิษณุโลก และเมื่อขบวนเสด็จผ่านแล้วก็จะเปิดการจราจร จุดที่ 2 บริเวณรอบพระบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า จะปิดตั้งแต่เวลา 10.00 เมื่อเสร็จพระราชพิธีแล้วก็จะเปิดการจราจร จุดที่ 3 บริเวณพระบรมมหาราชวังจะปิดการจราจร

ทั้งนี้ วันที่ 3 -5 พ.ค. จะปิดการจราจรต่อเนื่อง โดยเฉพาะวันที่ 5 พ.ค.จะปิดการจราจร 34 สาย โดยรอบเกาะรัตนโกสินทร์ จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และจิตอาสาด้านการจราจรประจำตามจุดต่างๆ สอบถามสายด่วน 1599 ,1197 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ www.trafficpolice.go.th

Tag : พระราชพิธีบรมราชาภิเษก