News

รายงานพิเศษ : ชาวเมียนมาร่วมปล้นร้านรับจำนำเพชร เชื่อถูกหักหลังเรื่องแบ่งทรัพย์สิน

ตำรวจนำตัวชาวเมียนมาที่ร่วมปล้นร้านรับจำนำเพชรและทอง ย่านเพชรเกษม ที่ถูกจับกุมเป็นคนสุดท้าย บริเวณชายแดนจังหวัดกาญจนบุรี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แต่งานนี้สัจจะไม่มีในหมู่โจร เพราะเขาเชื่อว่าถูกเพื่อนร่วมแก๊งหักหลังเรื่องทรัพย์สิน ไปลงสนามข่าวเรื่องนี้กับ คุณพิธพงษ์ จตุรพิธพร

พนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม นำตัว นายอาว จอ มู หรือนายต้นรัก ชาวเมียนมา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมกับชี้จุดเกิดเหตุที่ร้านรับจำนำทองและเพชร ปากซอยเพชรเกษม 63 โดย นายต้นรัก รับว่ามีหน้าที่คอยคุมเชิงเจ้าของร้าน และกวาดทรัพย์สินที่อยู่ในตู้ที่ 2 และ 3 ทรัพย์สินส่วนใหญ่ที่ได้ไปเป็นสร้อยทอง แหวนทองคำ และเครื่องเพชรจำนวนหนึ่ง

พอหนีออกมาจากร้านได้ ก็มาทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์พา นายนพอนันต์ ภูษิตรุ่งโรจน์ หัวหน้าแก๊งที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้เป็นคนแรก ไปที่ห้องเช่าในตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นห้องเช่าที่ นายวุฒิชัย ล้านเหรียญทอง ผู้ต้องหาคนที่ 2 ที่ถูกจับกุมแล้วเช่นกัน เช่าไว้วางแผนก่อเหตุ และเป็นจุดนัดหมายแบ่งทรัพย์สิน

โดย นายต้นรัก และนายนพอนันต์ ไปถึงที่ห้องก่อนนายวุฒิชัย ประมาณ 10 นาที เมื่อมานับของ กลับนับได้ 52 ชิ้น ทั้งที่จริง ๆ แล้วน่าจะได้มากกว่านี้ แถมนายต้นรัก ก็ได้ส่วนแบ่งเพียงแค่แหวนทอง 5 วง เป็นค่าจ้างส่วนหนึ่ง ที่เหลือจะให้เป็นเงินสดเมื่อขายของได้ แต่นายต้นรักก็ไม่ได้แย้ง เพราะจะรีบหนีไปชายแดนจังหวัดกาญจนบุรี หวังเข้าป่ากบดาน นายต้นรักก็สงสงสัยมาตลอดว่าต้องมีใครฮุบของไว้ แล้วยิ่งพอถูกจับได้ ก็มารู้ว่าทรัพย์สินที่ตำรวจยึดได้มีมากถึง 108 ชิ้น ก็ยิ่งสงสัย

ตำรวจก็ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหาทุกคน ต้องตรวจสอบคำให้การ เพราะถึงอย่างไรของกลางที่ได้ก็ยังไม่ครบ และข้อหาก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ตอนนี้ได้ให้ชุดสืบสวนไปติดตามทรัพย์สินที่ยังหายไป ว่านำไปซุกซ่อนอยู่ที่ใดบ้าง และจะเรียกคนไทยที่นำแหวนไปจำนำที่โรงรับจำนำให้ มาสอบสวนว่าเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ หากพบว่าเข้าข่ายรู้เห็น ก็ต้องโดนดำเนินคดีตามผู้ต้องหาคนอื่น

สำนวนที่ว่า สัจจะไม่มีในหมู่โจร อาจเกิดขึ้นจริงกับเรื่องนี้ ยิ่งทรัพย์สินยิ่งมาก ได้มาจากความไม่ถูกต้อง สุดท้ายก็ต้องมาหวาดระแวงกับเองว่า ใครจะฮุบ จะเก็บ จะโกงไว้คนเดียว ส่วนหน้าที่การไล่ตามหาทรัพย์สิน คงต้องตกหนักมาเหนื่อยที่ตำรวจ เพราะขณะนี้ของก็กระจัดกระจายไปแล้วในหลายพื้นที่