"ธนาธร"ซัดคสช.ใช้ม.44ช่วยนายทุนสื่อสารเป็นากรสร้างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ

วันที่ 12 พ.ค. 2562 เวลา 14:39 น.

Views

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ วิจารณ์การที่ คสช.ใช้ ม.44 ช่วยนายทุนสื่อสาร ที่ทำให้รัฐสูญเสียเงินภาษี 2.36 หมื่นล้านบาท คือการสร้างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ คนไทยถูกสอนให้รังเกียจนโยบาย"ประชานิยม " แต่กลับเพิกเฉยละเลยต่อนโยบาย"นายทุนนิยม"

นายธนาธรโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวข้อความว่า ศึกษาประชาธิปไตย, ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และอำนาจของประชาชน เป็นเรื่องเดียวกัน ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาระหว่างที่ กกต. ยังไม่รับรองผลการเลือกตั้ง ในขณะที่ผมกับพรรคอนาคตใหม่กำลังวุ่นวายกับคดีความต่างๆ อยู่นั้น คสช. ได้ออก ม.44 ฉบับที่ 4/2562 ซึ่งมีเนื้อหาที่เอื้อประโยชน์กับสองกิจการคือกิจการทีวีดิจิทัล และกิจการประกอบการโทรศัพท์มือถือ ภายใต้คำสั่งดังกล่าวรัฐบาลจะต้องใช้เงินภาษีประชาชนถึง 2.36 หมื่นล้านบาทเพื่อสนับสนุนกลุ่มทุนเพียงไม่กี่กลุ่ม

ในกิจการแรกคือทีวีดิจิทัล คำสั่งนี้เปิดให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลสามารถคืนใบอนุญาตที่ประมูลสัมปทานไปโดยให้รัฐจ่ายค่าประมูลในช่วงเวลาที่ยังไม่ได้ใช้หักกับผลประโยชน์ที่ได้รับไปแล้วคืนให้กับผู้ประกอบการที่ตัดสินใจคืนใบอนุญาต ซึ่งเมื่อ วันที่ 10 พฤษภาคม คือวันสุดท้ายที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลแจ้งความประสงค์จะคืนใบอนุญาตได้ ปรากฏว่ามีผู้แจ้งคืนใบอนุญาตแล้ว 7 ราย คิดเป็นรัฐต้องควักเพื่อจ่ายชดเชยรวมกัน ประมาณ 4 พันล้านบาท

ในกิจการที่สองคือกิจการประกอบการโทรศัพท์มือถือ คำสั่งฉบับนี้อนุญาตให้ผู้ได้รับคลื่นความถี่สามารถยื่นการยืดหนี้ค่าประมูลคลื่นความถี่ออกไปอีก 5 ปี โดยไม่คิดดอกเบี้ย ผู้ประกอบการเอกชนทั้งสามรายได้ยื่นขอใช้สิทธิทั้งสามราย TDRI ได้ประเมินผลประโยชน์ที่เอกชนจะได้รับเอาไว้ว่า ทรูจะได้ประมาณ 8,780 ล้านบาท เอไอเอส 8,380 ล้านบาท และดีแทคประมาณ 2,580 ล้านบาท รวมทั้งสิ้นเป็นเงินประมาณ 19,740 ล้านบาท

นอกจากนี้ คำสั่งนี้ยังมีผลผูกพันในแง่ลบระยะยาวกับสังคมไทยในการพัฒนาระบบ 5G คสช. อ้างว่า การยืดหนี้ให้กับผู้ให้บริการโดยพ่วงเงื่อนไขว่าจะต้องเข้ารับการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อจัดทำ 5G โดยสามารถแบ่งจ่ายได้ 10 ปีโดยไม่มีดอกเบี้ยเช่นเดียวกัน แต่การจัดสรรครั้งนี้เท่ากับว่าผู้ประกอบการมือถือทั้ง 3 รายได้รับ “ประเคน” คลื่น 5G โดยไม่ต้องเปิดประมูลซึ่งเป็นการปิดประตูการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมสำหรับ 5G ของไทยในอนาคต

กสทช. คิดราคาประเมินคลื่น 5G รายละ 25,000 ล้านบาท แน่นอนว่าถ้าเปิดให้เอกชนรายอื่นเข้ามาแข่งขันย่อมทำให้ราคาประมูลสูงขึ้นกว่านี้ และเท่ากับว่าประชาชนเสียโอกาสที่จะได้รับบริการที่ดีขึ้นจากการแข่งขัน โดยมูลค่าคลื่นที่ 25,000 ล้านบาทนั้นเมื่อพิจารณาระยะเวลาผ่อนชำระนาน 10 ปี จะมีมูลค่าปัจจุบันเหลือเพียงประมาณ 17,000 ล้านบาทเท่านั้น

หลายท่านอาจเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องช่วยเหลือผู้ประกอบการเอกชน  ลองเปรียบเทียบเชิงสมมุติดู หากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกมะนาว โดยให้ความหวังราคาต่อหน่วยกับเกษตรกร เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว ราคามะนาวไม่ได้ตามที่กล่าวอ้าง เกษตรกรเหล่านี้ไม่เคยได้ค่าปุ๋ยหรือค่าแรงชดเชยกลับ จะขอยืดหนี้ออกไปโดยไม่มีดอกเบี้ยก็ไม่ได้ กลับกัน หากเกษตรกรไม่มีปัญญาจ่ายหนี้กับ ธ.ก.ส. อัตราดอกเบี้ยกลับมีลักษณะลงโทษผู้แพ้ หากคะแนนความน่าเชื่อถือไม่ดี อัตราดอกเบี้ยกับ ธ.ก.ส. อาจเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 10 ต่อปี

คำสั่งเผด็จการฉบับนี้เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่าระบอบเผด็จการทหารไม่อาจสร้างสังคมที่เป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำได้ เมื่อกลุ่มทุนเผชิญหน้ากับความเสี่ยงปกติทางธุรกิจจนทำให้ขาดทุนหรือได้กำไรน้อยเกินไป อำนาจที่มาจากกระบอกปืนมักถูกใช้ไปเพื่อให้กลุ่มทุนล้มบนฟูก แต่ถ้าประชาชนทั่วไปหรือเกษตรกรเผชิญความเสี่ยง ถึงแม้ความเสี่ยงนั้นจะเป็นความผิดของรัฐ

รัฐบาลเผด็จการกลับไม่ให้ความช่วยเหลือเหมือนกับที่ให้กับกลุ่มทุน ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจาก ม.44 ฉบับนี้ มีเพียงตระกูลอภิมหาเศรษฐีและผู้ถือหุ้นต่างชาติที่ได้ประโยชน์ และจากการศึกษาของ TDRI พบว่าผู้ที่ได้ประโยชน์จากคำสั่งฉบับนี้มากที่สุดคือ True ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ CP ของตระกูลเจียวรนนท์ ซึ่งนิตยสาร Forbes ปี 2019 ได้ประเมินว่ามีสินทรัพย์สุทธิสูงถึง 2.95 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 9.34 แสนล้านบาท

ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจกับการขาดซึ่งอำนาจของประชาชนเป็นเรื่องเดียวกัน เงิน 2.36 หมื่นล้านบาทสามารถนำไปลงทุนอย่างอื่นที่จะทำให้คนเป็นล้านมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้แทนที่จะนำมาใช้เพื่อผู้ถือหุ้นบริษัทสื่อสารโทรคมนาคมเพียงไม่กี่กลุ่ม เมื่อการพัฒนาประชาธิปไตยล้มลุกคลุกคลาน ประชาชนไม่มีอำนาจในการกำหนดใช้ทรัพยากรประเทศเพื่อตัวพวกเขาเอง ดอกผลของการพัฒนาจึงตกอยู่ในมือคนไม่กี่กลุ่มและสร้างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

ที่ผ่านมา เราถูกทำให้เชื่อว่า “ประชานิยม” เป็นสิ่งแล้วร้าย และจงเกลียดจงชังนโยบายที่มีลักษณะเอื้อประชาชน โดยไม่วิพากษ์วิจารณ์นโยบายที่มีลักษณะ “นายทุนนิยม” เลย ถึงเวลาที่เราต้องจริงจังในการใช้ทรัพยากรของประเทศเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนส่วนใหญ่เสียที

เป็นที่น่าสังเกตว่า คำสั่ง คสช. ฉบับนี้ เกิดขึ้นหลังจากการเลือกตั้งและก่อนมีรัฐบาลใหม่ พรรคอนาคตใหม่ได้เรียกร้องหลายครั้งให้รัฐบาล คสช. หยุดการใช้อำนาจในการออกนโยบายต่างๆ ที่จะมีผลภาระผูกพันไปถึงรัฐบาลหน้าที่จะมีฝ่ายค้าน หากเป็นรัฐบาลในครรลองประชาธิปไตยตามปกติ รัฐบาลในช่วงนี้จะเป็นรัฐบาลรักษาการซึ่งจะไม่สามารถทำเรื่องเช่นนี้ได้เลย

พรรคอนาคตใหม่ต้องการทบทวนเงื่อนไขต่างๆ ที่อยู่ในคำสั่งคสช. ฉบับนี้ และฉบับอื่นๆ ที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ และ/หรือ กลุ่มทุนที่ใกล้ชิดกับรัฐบาล คสช. อย่างไม่เป็นธรรม เพื่อให้การใช้ภาษีของประชาชนเป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ในสังคมอย่างแท้จริง

Tag : คสช ธนาธรจึงรุ่งเรืองกิจ นายทุนสื่อสาร ม44 การเมือง เลือกตั้ง