พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดน่าน และพะเยา

วันที่ 14 พ.ค. 2562 เวลา 20:02 น.

Views

เวลา 08.53 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งที่กองบินตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดถวาย เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนบ่อเกลือ ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน โอกาสนี้ ทรงเปิด "อาคารพิทย์สิริ" ซึ่งเป็นหอประชุม ใช้จัดการเรียนการสอน และจัดกิจกรรมต่าง ๆ โดยได้พระราชทานนามอาคารอันหมายถึง อาคารที่เป็นแหล่งความรู้อันเป็นมงคล พร้อมพระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญอักษรพระนามาภิไธย "สธ" ประดับที่ป้ายชื่ออาคาร

จากนั้น ทอดพระเนตรโครงการตามพระราชดำริฯ ซึ่งประสบผลสำเร็จ สามารถขยายผลเป็นแบบอย่างการดำเนินงานสนองพระราชดำริให้ชุมชน และโรงเรียนใกล้เคียงได้เรียนรู้ อาทิ จัดรถรับ-ส่ง และหอพักนักเรียนบ้านไกล จ้างครูช่วยสอนเสริมในบางวิชาที่ครูย้ายออกไป กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ติดตั้งระบบน้ำดื่มสะอาดให้ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2551 ปัจจุบันยังใช้ได้ดี แต่ไม่เพียงพอ จึงมีพระราชดำริให้กรมชลประทาน ก่อสร้างฝายถาวรทดแทนฝายเก่าที่ชำรุด พร้อมระบบท่อส่งน้ำสนับสนุนกิจกรรมของโรงเรียน

ด้านกิจกรรมส่งเสริมอาชีพ เช่น ช่างตัดผม-เสริมสวย, งานสกรีนเสื้อ, ทำขนมคุกกี้, โคมไฟฉลุ, ไม้แขวนเสื้อจากต้นไมยราบ และงานจักสาน ส่วนใหญ่จำหน่ายผ่านสหกรณ์โรงเรียน ร้านค้าชุมชน และร้านภูฟ้า ในการนี้ ทรงฟังกราบบังคมทูลรายงานการก่อสร้างและผลการดำเนินงานสุขศาลาพระราชทาน ในพื้นที่อำเภอบ่อเกลือ และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ปี 2562 ได้แก่ สุขศาลาพระราชทานบ้านห้วยปูด, สุขศาลาพระราชทานบ้านป่าก๋ำ และสุขศาลาพระราชทานโรงเรียน ตชด. 100 ปี บ้านสะไล ในปีที่ผ่านมา ได้ทดลองใช้โปรแกรมส่งเสริมพัฒนาการเด็กตั้งแต่แรกเกิด สร้างวินัยเชิงบวกให้ผู้ปกครอง พบว่าเด็กมีพัฒนาการดีขึ้น ในอนาคตจะขยายผลจัดทำเป็นแผนบูรณาการพัฒนาเด็กปฐมวัย ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและสถานศึกษาทั้งจังหวัด

จากนั้น ทรงติดตามความก้าวหน้าโครงการศูนย์ภูฟ้าพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2538 ปัจจุบันมีพระราชดำริให้สำนักงาน กปร. เข้าไปพัฒนา เพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนา รวมส่วนราชการให้บูรณาการร่วมกัน และหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรพื้นที่ทรงงาน ให้มีรายได้เพิ่ม อนามัยและการศึกษาดีขึ้น ซึ่งสำนักงาน กปร. ได้สำรวจและติดตามผลการดำเนินงานของเกษตรกรและขยายผลการพัฒนา พบว่าหลังจากมีโครงการศูนย์ภูฟ้าพัฒนา ราษฎรมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 49.6 มีรายได้ครอบครัวละประมาณ 55,000 บาทต่อปี ส่วนใหญ่ออมเงินกับกลุ่มออมทรัพย์ภูฟ้า ทำบัญชีครัวเรือน ในการนี้ มีพระราชดำริให้ดูแลหมู่บ้านที่อยู่ในแถบภูเขาสูงเป็นพิเศษ ส่งเสริมให้ปลูกพืชที่เหมาะสม และใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด, ให้ความรู้ชาวบ้าน ไม่ให้เผาป่า เพราะนอกจากจะเกิดมลพิษแล้ว ยังเป็นสาเหตุให้เกิดธรณีพิบัติดินสไลด์ด้วย

จากนั้น ทอดพระเนตรกิจกรรมของโรงเรียน อาทิ ห้องสมุด โรงอาหาร ห้องพยาบาล และสหกรณ์ โรงเรียนบ่อเกลือ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2532 เป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา มีเขตบริการ 39 หมู่บ้านในอำเภอบ่อเกลือ นอกเขตบริการ ได้แก่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอปัว และอำเภอท่าวังผา ปัจจุบันมีนักเรียน 488 คน เป็นนักเรียนพักค้าง 199 คน ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา สามารถส่งเสริมความรู้ให้เยาวชนเป็นคนดี คิดเป็น ทำเป็นอย่างมีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน ทำให้เท่าทันคน ไม่ถูกเอาเปรียบ โดยทรงชื่นชมว่าเป็นโรงเรียนที่ดี ขอให้ทุกคนตั้งใจเรียน และให้คิดถึงส่วนรวม เมื่อจบการศึกษาแล้วจะได้กลับไปพัฒนาบ้านเกิด เป็นกำลังสำคัญของชุมชน

เวลา 14.56 น. เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ซึ่งกองบินตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดถวาย ไปยังศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนอินทรีอาสา บ้านห้วยปุ้ม ตำบลร่มเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณภูเขาสูง เส้นทางคมนาคมยากลำบาก เป็นถนนลูกรัง

ในการนี้ ทรงเปิดศูนย์เรียนการเรียนตำรวจตระเวนชายแดนอินทรีอาสา บ้านห้วยปุ้ม ซึ่งบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด มหาชน ร่วมกับมูลนิธิกรุงศรี และสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD จัดสร้างขึ้น เป็นอาคารขนาด 1 ชั้น รูปตัวยู ประกอบด้วย ห้องเรียนสำหรับนักเรียนชั้นปฐมวัย ถึงชั้นประถมศึกษา

ศูนย์การเรียนแห่งนี้ เปิดการเรียนการสอนเมื่อปี 2561 มีนักเรียน 43 คน เป็นชาติพันธุ์ม้ง ในอดีตพื้นที่นี้ไม่มีโรงเรียน ชาวบ้านต้องส่งบุตรหลานไปเรียนที่โรงเรียนปางถ้ำ ห่างออกไป 12 กิโลเมตร การเดินทางยากลำบาก ต้องนอนค้างที่โรงเรียน และกลับมาบ้านในวันเสาร์-อาทิตย์ จึงได้ร่วมกันทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฎีกา ขอจัดตั้งโรงเรียน
  
ในการนี้ ทอดพระเนตรการเรียนการสอนภาษาไทย เนื่องจากนักเรียนใช้ภาษาม้งในชีวิตประจำวัน ทางโรงเรียนจึงต้องปรับให้นักเรียนใช้ภาษาไทย เพื่อให้เข้าใจการเรียนทุกวิชา ซึ่งจะทำให้มีผลการเรียนดีขึ้น

แม้ว่าจะเพิ่งเปิดการเรียนการสอน แต่ศูนย์การเรียนแห่งนี้ ได้เริ่มดำเนินโครงการตามพระราชดำริอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับชุมชนจัดกิจกรรมในโรงเรียน ทั้งการพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ และให้ผู้ปกครองเข้ามาเรียนรู้การถนอมอาหาร และประกอบอาหารที่ถูกหลักอนามัย โดยมีสำนักงานเกษตรอำเภอเชียงคำ มาสอนให้ผู้ปกครองและกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเรียนรู้การประกอบอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ และสอนการแปรรูปอาหารตามวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่น อาทิ ข้าวเกรียบฟักทอง ซาลาเปาไส้ถั่วแดง ขนมเทียนไส้ถั่วเขียว

ขณะเดียวกันได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน อาทิ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด มหาชน นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระบบโทรคมนาคม เพื่อให้เยาวชนสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต รวมถึงประชาชนในชุมชนชายขอบ ให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างสะดวก พร้อมติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ และระบบกรองน้ำ เพื่อให้มีน้ำสะอาดดื่ม

นอกจากนี้ สถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD ยังได้สนับสนุนการสร้างห้องสมุด พร้อมมอบอุปกรณ์การเรียน และหนังสือ ภายในมีหนังสือที่น่าสนใจสำหรับเด็กทุกช่วงวัย อาทิ หลักการทรงงาน หนังสือพระราชนิพนธ์ หนังสือนิทาน รวมถึงสื่อการเรียนการสอน เพื่อให้ศูนย์การเรียนแห่งนี้ เป็นศูนย์กลางของชุมชน อีกทั้งได้มอบอุปกรณ์กีฬา เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย มีสุขภาพอนามัยแข็งแรง

สำหรับโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน เนื่องจากโรงเรียนตั้งอยู่บนเนินเขา มีสภาพเป็นดินปนหิน จึงแก้ปัญหาด้วยการหาดินจากพื้นที่อื่นมาปรับปรุง ผสมปุ๋ยหมัก มูลสัตว์ และเปลือกข้าวโพด เพื่อทำแปลงปลูกพืชบนเนินข้างโรงเรียน ซึ่งผลผลิตเจริญงอกงามดี

ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ไปตรวจรักษาสุขภาพประชาชน พบว่าส่วนใหญ่ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ และโรคเหงือกและฟัน พร้อมทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ

Tag : สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชกรณียกิจ น่าน พะเยา