พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒

แห่แจ้งความ จำนำทองร้านย่านประชาอุทิศแต่ไถ่คืนไม่ได้-ถูกบ่ายเบี่ยง

วันที่ 16 พ.ค. 2562 เวลา 15:45 น.

Views

เป็นคลิปที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์เอาไว้พร้อมระบุข้อความว่า มาสอบถามสาเหตุว่า เหตุใดมองที่นำมาจำนำเอาไว้ เมื่อถึงเวลามาไถ่คืนกลับไถ่ไม่ได้ ถูกเลื่อนมาหลายครั้ง พร้อมทั้งบอกให้รอ เพราะคนอื่นก็ไถ่ไม่ได้เช่นกัน ทำให้เขารู้สึกโมโหมาก เนื่องจากเสียเวลาและเสียความรู้สึก จึงเริ่มถกเถียงกันอย่างดุเดือด
 
หลังจากภาพและข้อความถูกโพสต์ มีการแชร์กันออกไปเป็นจำนวนมาก พร้อมแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา ว่าไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ร้านไม่ค่อยมีทองจำหน่ายเลย แอบเอาทองลูกค้าไปจำนำที่อื่นเพื่อหมุนเงินหรือไม่ รวมถึงแนะนำให้แจ้งความ เพราะเกรงว่าจะถูกโกง

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง นายพีระภัทร ถาบรรดิษฐ อายุ 29 ปี ผู้โพสต์ เล่าว่า เขานำสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาทไปจำนำที่ร้านทองย่านประชาอุทิศ ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา เป็นเงิน 2,000 บาท ต่อมาวันที่ 1 พฤษภาคม เขาไถ่ถอนคืน แต่โดนบ่ายเบี่ยงว่าเจ้าของร้านไม่อยู่ไปต่างจังหวัด และเลื่อนมาเป็นวันที่ 8 พฤษภาคม ก็ถูกเลื่อนอีกอ้างว่าเจ้าของร้านป่วย และนัดอีกครั้ง คือวันที่ 11 พฤษภาคม กลับบอกว่าเจ้าของร้านไปงานศพพ่อ

เขารู้สึกว่าร้านนี้อาจเอาทองของเขาไปจำนำต่อ และอาจยังไม่มีเงินไปไถ่มาให้ จึงตัดสินใจแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลราษฎร์บูรณะ และตำรวจเจ้าของคดีโทรไปสอบถามให้ เจ้าของร้านนัดมาไถ่คืนในวันที่ 12 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา เขาไปตามนัดแต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงอีก จึงต้อง Live ลงเฟซบุ๊กเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นตกเป็นเหยื่อรายต่อไป

เขาระบุอีกว่า หลังโพสต์ภาพและข้อความ มีผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่เคยนำทองไปจำนำที่ร้านดังกล่าวติดต่อมา และบอกว่าถูกทางร้านอ้างว่าติดภารกิจต่างๆ ญาติเสีย ลูกหลานไม่สบายเข้าโรงพยาบาล ไม่สามารถมาเปิดตู้เซฟได้ เหมือนที่เขาโดนด้วย

ล่าสุดวันนี้ (16 พฤษภาคม) ผู้เสียหายหลายรายรวมถึงนายพีระภัทร ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ พร้อมนำเอกสารการจำนำทองที่ร้านดังกล่าวมามอบให้ และยืนยันว่าถูกร้านดังกล่าวบ่ายเบี่ยงไม่ให้ไถ่ถอนทองคืน

หนึ่งในผู้เสียหายเล่าว่า นำสร้อยข้อมือหนัก 2 บาท ไปจำนำที่ร้านดังกล่าวตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว และที่ผ่านมาพยายามไปไถ่คืนตลอด แต่เจ้าของร้านมีข้ออ้างทำให้ยังไม่ได้คืน จนตัวเองหมดปัญญาที่จะเอาคืนแล้ว จนกระทั่งมาทราบว่า มีผู้ที่เจอเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน จึงพากันมาแจ้งความกับตำรวจ เพราะอยากได้ทองคืน เนื่องจากเป็นทองเส้นแรกในชีวิต

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ได้เดินทางมาตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากกรณีดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของกรมการปกครอง

จากการตรวจสอบเบื้องต้น บิลรับจำนำร้านทองร้านดังกล่าวระบุว่า รับซื้อ-ขายชั่วคราว ซึ่งไม่ตรงกับมาตราใดของประมวลกฎหมายเลย อาจจะเข้าข่ายความผิดฐานตั้งโรงรับจำนำโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 2,000- 20,000 บาท หรือทั้งจำและทั้งปรับ


ขอบคุณภาพ FB : Be Strong

Tag : ไถ่ทอง แจ้งความร้านทอง ไถ่ทองคืนไม่ได้