จำคุก 6 ปี อดีตเจ้าอาวาสทุจริตเงินทอนวัด

วันที่ 17 พ.ค. 2562 เวลา 01:18 น.

Views

คดีนี้ มี นายเอื้อน กลิ่นสาลี หรือ อดีตพระพรหมดิลก ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา และอดีตกรรมการมหาเถรสมาคม และ นายสมทรง อรรถกฤษณ์ อดีตพระอรรถกิจโสภณ อดีตเลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ซึ่งถูกฟ้องฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดฐานฟอกเงิน  

จากเรื่องที่วัดสามพระยา ได้รับงบประมาณสนับสนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จำนวน 5,000,000 บาท จำเลยได้รับเงินงบประมาณดังกล่าวไว้ โดยรู้อยู่แล้วว่าวัดฯ ไม่มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม และไม่มีการเรียนการสอนดังกล่าว โดยจำเลยได้นำเช็คไปฝากธนาคาร ก่อนจะมีการเบิกถอนออกมาใช้ก่อสร้างอาคารภายในวัด 2 หลัง เป็นเงินประมาณ 3,500,000 บาท 

คดีนี้ จำเลยเบิกความต่อสู้ว่า ได้รับเช็คมาจากสำนักงานพระพุทธศาสนา โดยไม่รู้ว่าเป็นงบประมาณในส่วนใด เพราะก่อนหน้านี้ ทางวัดฯ ก็เคยของบประมาณก่อสร้าง และบูรณะซ่อมแซมวัดไปด้วยเหมือนกัน ก็เลยเข้าใจว่าเป็นงบก่อสร้างที่ขอไป 

แต่ศาลบอกว่า ข้ออ้างของจำเลยคงฟังไม่ขึ้น เนื่องจากเมื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานเทียบเคียงกับวัดอื่นๆ ที่ได้รับงบสนับสนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรมเช่นกัน จะเห็นได้ว่า จะมีการระบุรายละเอียดวัตถุประสงค์ของเงินงบประมาณไว้ชัดเจน ประกอบกับโจทก์มีหลักฐานว่าทางวัดฯ เคยได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคาร ตามที่ขอไว้เมื่อปี 2556 ไปแล้วรวม 8,000,000 บาท แต่อดีตพระพรหมดิลก กลับให้นำเงินดังกล่าวไปฝากธนาคารกินดอกเบี้ย แล้วนำงบสนับสนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรมไปก่อสร้างอาคารแทน ซึ่งศาลมองว่าการกระทำดังกล่าว ถือเป็นการเปลี่ยนสภาพทรัพย์สิน เพื่อปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์ที่ได้มาโดยทุจริต เป็นความผิดฐานฟอกเงิน

และพิพากษาให้จำคุกจำเลยคนละ 2 กระทง โดยให้จำคุกนายสมทรงไว้ 3 ปี ส่วนอดีตพระพรหมดิลก ศาลเห็นว่าได้กระทำความผิดทั้งที่เป็นเจ้าพนักงาน ต้องรับโทษหนักเป็น 2 เท่า จึงให้จำคุก 6 ปี ส่วนความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ให้ยกฟ้องไป 

ซึ่งหลังศาลพิพากษาแล้ว ทนายความจำเลยก็บอกว่าจะยื่นอุทธรณ์สู้คดีต่อไป และอีก 2-3 วันนี้ จะมายื่นคำร้องต่อศาล ขอปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย ซึ่งมีปัญหาเรื่องสุขภาพ อีกทั้งเหตุผลเดิมที่ถูกคัดค้านการปล่อยตัวฯ เพราะเกรงว่าจำเลยจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ก็หมดไปแล้ว เนื่องจากคดีอยู่ในชั้นศาลแล้ว