พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒

ปิยบุตรยื่นผู้ตรวจฯ ท้วงสูตรคำนวณทำหาย 7 ที่นั่ง

วันที่ 17 พ.ค. 2562 เวลา 13:30 น.

Views

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 พ.ค. ที่ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ยื่นหนังสือร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการหารเลือกตั้ง กรณีสูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ ทำให้ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคหาย 7 ที่นั่ง

นายปิยบุตร กล่าวว่า  ผู้ตรวจการแผ่นดิน ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 113 ที่บอกไว้ว่า บุคคลใดที่ถูกละเมิดสิทตามรัฐธรรมนูญ มีสิทธิ์ในการร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้มีการวินิจฉัยว่า เมื่อสิทธินั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยกฎประกอบรัฐธรรมนูญว่าต้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินก่อน โดยเราได้ตั้งเรื่องไปว่า ผู้สมัครของเรา ทั้ง 7 ท่าน ถูกตัดออกจาก ส.ส. บัญชีรายชื่อ เป็นผู้กระทบสิทธิต่อการใช้อำนาจของ กกต. ในการคำนวณ ส.ส. นั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 91 จึง ได้ร้องต่อการแผ่นดินไป โดยคาดหวังว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินจะพิจารณาโดยระยะเวลาอันรวดเร็ว

นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า ตนขอย้ำว่า ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่เคยบอกว่าสูตรการคำนวณของ กกต. ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ เพียงแต่เคยวินิจฉัยว่า กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งมาตรา 128 นั้น ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 91 เท่านั้น แต่เมื่อนำกฎหมายมาตรา 128 มาใช้ก็ต้องคำนวณให้มันถูกต้อง ว่าจะไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญบอกไว้ว่า การคำนวณ ส.ส. จะต้องคิดจากจำนวน ส.ส.พึงมี ตัวเลขที่ กกต. คำนวณ มี 70,154 คะแนนต่อ 1 ที่นั่ง ซึ่งจะต้องนำจำนวนดังกล่าวว่าคิดต่อ ส.ส. 1 ที่นั่ง

ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ 7 ท่าน ที่ถูกตัด คิดเป็นคะแนนดิบ 561,276 คะแนน ซึ่งเป็นเสียงของประชาชนที่เลือกพรรคอนาคตใหม่และถูกทิ้งน้ำไป ในขณะที่พรรคอื่นๆรวมกันที่ถูกตัด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ออกไป มีถึง 1,263,759 คะแนน ในขณะที่ 11 พรรคเล็ก ที่ได้แบ่งออกไป คนละ 1 คะแนน ซึ่งเมื่อรวมคะแนนดิบของพวกเขาแล้ว ได้เพียง 548,204 คะแนน ผลจากตัวเลขแสดงให้เห็นว่าใช้สูตรคำนวณที่ผลออกมาแล้วประหลาด

ในส่วนของกรณีดังกล่าว ตนก็ได้ยื่นคำร้องต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง เช่นกัน เพื่อให้ กกต. ได้ส่วคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามข่องทาง ของมาตรา 210(2) ที่บอกไว้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีอำนาจในการวินิจฉัยประเด็นปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ หรือ อำนาจขององค์กรอิสระ ซึ่ง กกต. เป็นองค์กรอิสระ ดังนั้น จึงขอให้ กกต. ช่วยส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่า ตกลงแล้วสูตรคำนวณที่ใช้ถูกต้องหรือไม่

ในมาตรา 128 ไม่ว่าคุณจะอธิบายสูตรอย่างไรก็ตาม กรอบของ 128 อยู่ที่ มาตรา 91  แต่ละพรรคห้ามได้ ส.ส.เกินจำนวนพึงมี ห้ามนำพรรคที่คะแนนไม่ถึง 71,000 มาคำนวณ เพราะไม่ถึงจำนวณ ส.ส.พึงมี หากจะคิดว่า ทุกคะแนนเสียงสำคัญนั้น เราไม่ปฏิเสธว่าทุกคะแนนเสียงสำคัญ แต่อย่างไรก็ตาม เราจะต้องขึ้นอยู่ด้วยหลักของกติกา กฎหมายและความถูกต้อง ซึ่ฃเป็นกติกาที่ทุกคนรู้แล้วล่วงหน้า ไม่อย่างนั้น พรรคเล็กลำดับท้ายๆ ก็จะต้องมีที่นั่งในสภาหมด ซึ่งตนมองว่า เหตุผลแบบนี้ไม่สมเหตุสมผล ดังนั้นการคำนวณจึงจำเป็นต้องคำนวณตามกติกา

ในส่วนของประเด็นที่ กกต. ยื่นะให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสถานะ ส.ส.ของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะสิ้นสุดลงหรือไม่  ตนไม่แน่ใจว่า ในหัวของ กกต. คิดถึง นายธนาธร ในฐานะผู้สมัคร ส.ส. หรือ เป็น ส.ส. แล้ว หากตรวจสอบในฐานะผู้สมัคร ส.ส. ถือว่าทำไม่ได้ เพราะ นายธนาธร เป็น ส.ส. แล้ว โดยกกต. ยึดหลักที่ว่า ใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสี่ ซึ่งเขียนเอาไว้ว่าให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีอำนาจในการร้องหรือยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าคุณสมบัติต้องห้ามของ ส.ส. คนไหนขาดคุณสมบัติบ้าง ฉะนั้น กกต. ส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยสถานะของ นายธนาธร ตอนเป็น ส.ส. แล้ว

สถานะการเป็น ส.ส. ของนายธนาธร เริ่มต้นเมื่อวันที่ 24 มี.ค. วันเลือกตั้ง ดังนั้น เหตุการณ์ก่อนๆ ที่ กกต.พยายามจะโยง เป็นเหตุการณ์ที่เกิดก่อนหมดเลย เรายังยืนยันตลอดว่าตอนโอนหุ้น เรามีการโอนเมื่อวันที่ 8 ม.ค. เราพูดมาตลอดว่า นายธนาธร เป็นนักธุรกิจที่ผันตัวทาเป็นนักการเมืองที่มีอุดมการณ์ที่มุ่งมั่น และในช่วงของรอยต่อประชาธิปไตยแบบนี้ จะต้องถูกตรวจสอบอย่างละเอียดอยู่แล้ว โดยฝ่ายกฎหมายของเราทำการตรวจสอบอย่างดีมากโดยตลอด อะไรที่สุ่มเสี่ยง เรามีการจัดการให้เสร็จเรียบร้อย  เราพร้อมที่จะสู้คดี  เรื่องดังกล่าว มีการยื่นให้ตรวจสอบ ส.ส. จำนวนมาก หากนับได้ เกือบครึ่งสภา มีลักษณะ เดียวกับ นายธนาธรหมด จึงขอให้ กกต. ใช้มาตราฐานเดียวกัน ตรวจสอบให้หมดทุกคน ข้อเท็จจริงแบบเดียวกัน จะทำเหมือนกันหรือไม่ และเรื่องระยะเวลา กกต.ควรเร่งพิจารณากรณีของ ส.ส. คนอื่นด้วย เร็วให้ได้กับ ส.ส.ทุกคน ที่ผ่านมาเราไม่มรทางทราบเลยว่า กกต.จะทำอะไร ทราบเพียงใบแถลงการณ์ 6 บรรทัด เมื่อสอบถามไปก็ไม่ได้คำตอบ  ที่ผ่านมามีผู้หวังดี ส่งข่าวมาทางสำนักงานว่า มีการเข้ามีการกดดันที่ กกต. เพื่อให้เร่งพิจารณาเรื่องนี้ให้โดยเร็ว

“ในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ ประกาศจัดตั้งรัฐบาล ทุกคนเห็นว่า ตอนนี้ประชาชนสิ้นหวังมาก เข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา จะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อ  พรรคพลังประชารัฐได้จัดตั้งรัฐบาล และพรรคเพื่อไทย อนาคตใหม่ และพรรคฝ่ายประชาธิปไตย เป็นฝ่ายค้านไปแล้ว ดังนั้น ในช่วง 7 วันสุดท้าย เรามีเวลา มีโอกาสต่อสู้อยู่ มันไม่มีใครกล้าออกมาพูดว่าจะเดินหน้าประกาศหยุดยั้ง คสช. เลย  นายธนาธร จึงประกาศตัวชัดเจน  ส่วนพรรคเพื่อไทย ก็พร้อมที่จะเปิดทางให้ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย อยู่ในช่วงการเจรจา อีกไม่กี่วันคงทราบ “

“เราจับมือกัน 7 พรรค เพื่อต่อต้านอำนาจของ คสช. ผ่านมา 2 เดือนแล้ว ยังเจรจาไม่ถึงไหน พรรคอันดับ 1 เปิดทางแล้ว พรรคอันดับที่ 3 จึงขออาสาเอง เราปลุกความหวังของพี่น้แงประชาชนกลับมาให้ได้  การเมืองที่ขัดแย้งกันมา พรรคอนาคตใหม่ คนหน้าใหม่ทางการเมือง แกนนำไม่ได้อยู่ในความขัดแย้ง ด้วยลักษณะแบบนี้น่าจะสามารถเจรจาพูดคุยกับทุกพรรคได้ คาดว่า น่าจะชัดเจนก่อนการจัดตั้งรัฐบาล “ นายปิยบุตร กล่าว

Tag : ปิยบุตร สูตรคำนวณ 7ที่นั่ง อนาคตใหม่