นายกฯประยุทธ์ แง้มข่าวผ่านสื่อ บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก อยากร่วมงานรัฐบาลหน้า

วันที่ 17 พ.ค. 2562 เวลา 15:18 น.

Views

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล พร้อมกับเปิดใจกับสื่อมวลชนขณะรับประทานอาหารในหลายๆเรื่อง โดยนายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นกลไกทางการเมืองและเป็นเรื่องของแต่ละพรรค ขออย่าคิดเป็นเรื่องของการให้เก้าอี้ ในวันนี้ยืนยันว่า หากถูกอภิปรายในสภา ก็สามารถชี้แจ้งได้จึงขอสื่อมวลชนอย่าให้ความสำคัญ เพราะยังไม่ได้มีการทำงาน ส่วนคนที่จะมาทำงานเป็นประธานรัฐสภา ต้องเป็นคนมีความรู้ พร้อมทั้งปฏิเสธไม่ทราบกระแสข่าว การวางตัวนายบัญญัติบรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานรัฐสภา  ส่วนสมาชิกวุฒิสภาก็ขออย่ากังวล ต้องให้โอกาสได้ทำงานกันก่อน เพราะเมื่อถึงเวลาก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ พร้อมยิ้มรับเมื่อถูกถามว่า เสียง สว.เมื่อเข้าไปทำงานแล้วจะเสียงแตก หรือ ไม่ รัฐมนตรีเปรียบเทียบว่าเหมือนกับการเลี้ยงลูกที่ยังไม่เหมือนกัน

ส่วนเรื่องของการจัดตั้งรัฐบาลให้เป็นเรื่องของการเลือกตั้ง พร้อมปฏิเสธแกนนำพรรคพลังประชารัฐไม่ได้มีการเข้ามาปรึกษาเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล ทุกอย่างให้เป็นเรื่องการดำเนินการของพรรค และขณะนี้เองก็ยังไม่ทราบว่าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี

ส่วน 4 กระทรวงหลัก อย่าง กระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย ที่ทางพรรคพลังประชารัฐไม่อยากให้โควตากับพรรคอื่น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ในส่วนนี้ ต้องเป็นของพรรคหลักที่จัดตั้งรัฐบาล พร้อมระบุว่า อยากให้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ กลับมาทำงานด้วยในสมัยรัฐบาลหน้า แต่ก็ขึ้นอยู่กับสุขภาพของท่านอีกทางหนึ่งด้วย เพราะที่ผ่านมาทำงานร่วมกันก็รู้ใจ แต่ยังไม่ทราบว่าเจ้าตัวจะตอบรับเข้ามาทำงานด้วยหรือไม่ เพราะกระทรวงความมั่นคงต้องอยู่กับหน่วยความมั่นคง ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่ต้องชวน เช่นเดียวกับ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ส่วนกระทรวงหลักๆ ต้องอยู่กับพรรคหรือไม่ เรื่องนี้พรรคกำลังหารือร่วมกันอยู่ แต่ไม่ใช่เข้ามาแล้วจะสามารถทำได้ถูกอย่าง เนื่องจากต้องขึ้นอยู่กับคณะรัฐมนตรี   ขอแต่ละพรรคอย่ากังวลทุกอย่างต้องเป็นไปตามสัดส่วน และเป็นไปตามคะแนนเลือกตั้งที่มีส่วนสำคัญที่จะต้องนำมาพิจารณาด้วย ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชารัฐที่มีพรรคร่วมถึง 20 พรรค ตนมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้  ในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลงอีก พร้อมกับขอสื่อมวลชนอย่าใช้คำว่าต่อรองตำแหน่งทางการเมือง แต่ขอให้เป็นการหารือร่วมกันดีกว่า ยืนยันว่าส่วนตัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เมื่อวานนี้ได้หัวหน้าพรรคคนใหม่ พลเอกประยุทธ์ ระบุว่า ส่วนตัวก็ยินดีด้วย

ส่วนที่หลายคนกังวลว่าเมื่อ พลเอกประยุทธ์ เข้าไปทำงานในสภาแล้วจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ นั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ช่วงไหนที่เครียดก็เป็นเรื่องธรรมดา

ส่วนข้อกังวลที่จะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ จะทำให้รัฐบาลอยู่ได้ไม่นาน นายกรัฐตรีมองว่า หากทำให้นาน ก็สามารถอยู่ได้นาน จึงขอให้เวลา เพราะอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านอีกทั้งต้องอยู่ที่คนไทยทุกคนรวมถึงสื่อมวลชน และทุกคนต้องปรับตัวทั้งหมด เนื่องจากปัจจุบันคำวิจารณ์แบบเฮดสปีดมีจำนวนมาก พร้อมย้อนถามสื่อมวลชนว่า คำว่าสืบทอดอำนาจเป็นการสืบทอดอำนาจของมคร เพราะรัฐบาลหน้าก็ไม่มีมาตรา 44  พร้อมมองว่าส่วนตัวไม่มีปมในการเข้าทำหน้าที่เป็นหากนายกรัฐมนตรีต่อ  เพราะตนเข้ามาทำหน้าที่ด้วยความจำเป็น อีกทั้งยังต้องการทำงานเพื่อ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน  จึงอย่าคิดว่าตนเองมีอำนาจแล้วจะไม่โดนฟ้องร้องดำเนินคดี ยืนยันว่าตนไม่ต้องการชื่อเสียงหรืออะไรทั้งสิ้น ตนมองว่าเสียงในการจัดตั้งรัฐบาลควรเกิน 250 เสียง แต่เมื่อถึงเวลาที่จะลงมติ และหากมีใครลาก็ห้ามไม่ได้ ส่วนจะเกิดการตีรวนหรือไม่ขึ้นิยู่กับความรับผิดชอบของทุกคน

และเมื่อสื่อมวลชนถามถึงการเตรียมจัดตั้งรัฐบาลของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายกรัฐมนตรีตอบว่าขี้เกียจพูด หากจะอยู่ฝ่ายค้านก็อยู่ไป และขอสื่อมวลชนอย่ามาถามตนว่าธนาธรเป็นคนอย่างไรเพราะสื่อมวลชนเองก็ทราบดี

นอกจากนี้สื่อมวลชนยังได้แซวนายกรัฐมนตรีว่าหน้าเด็ก ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ตอบกลับว่า เพลงหน้าเด็กแต่ปัญญาแข็ง พร้อมพูดถึงเรื่องครอบครัว ว่ามีความเป็นห่วงในการทำงานทางการเมือง ไม่มีใครอยากให้อยู่ต่อ แต่ทุกคนก็เป็นกำลังใจให้ และยังกล่าวถึงลูกสาว ว่าไม่ได้มีความสนใจในด้านงานการเมือง จึงขอสื่อมวลชนอย่ายุ่งกับลูกสาว เนื่องจากลูกสาวไม่อยากเปิดเผยตัวตน

ทั้งนี้นี้นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงนโยบายเรื่องกัญชา ว่าขณะนี้ยังเดินหน้าไปได้ในระดับหนึ่ง ส่วนจะให้พรรคภูมิใจไทย เข้ามาคุมกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่ ตนยังไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องของคณะรัฐมนตรี ส่วนจะให้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ มาสานงานต่อด้านเศรษฐกิจหรือไม่ส่วนตัวไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องที่กำลังพูดคุยกันอยู่ แต่หากมีพรรคร่วมเข้ามาช่วยเสริมงานด้สนเศรษฐกิจ ตนก็มองว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ใช่ว่าจะเข้ามาเป็นตำแหน่งรัฐมนตรีทั้งหมด เพราะยังมีตำแหน่งอื่นอีกเป็นจำนวนมาก

ส่วนเรื่องปัญหาการทุจริต ยืนยันว่าหากตนได้เป็นรัฐบาลหน้า จะไม่มีเรื่องทุจริต เพราะได้ยืนยันมาโดยตลอด

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่าตนเองเป็นตลก ส่วนเรื่องแต่งเพลงเป็นการแต่งขึ้นเพื่อเตือนคนให้รักประเทศ  ซึ่งสื่อมวลชนเองแซวว่าแต่งเพลงจะครบอัลบั้มแล้ว นายกรัฐมนตรีจึงตอบกลับว่า เมื่อครบอัลบั้มแล้วจะซื้อหรือไม่ และสื่อมวลชนตอบว่าไม่นายกรัฐมนตรี จึงได้ทำท่าหยอกล้อจะเขกหัวสื่อ พร้อมกับตอบสื่อมวลชนว่า หากได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็จะมีการนัดสื่อมวลชนพูดคุยและร่วมรับประธานอาหารอีก  แต่จะไม่มีการแต่งเพลงอำลา พร้อมกับสื่อมวลชนว่าวันใดไม่ได้พบสื่อก็รู้สึกคิดถึง

ส่วนกรณีที่หลายช่องดิจิตอลคืนคลื่นสัญญาณให้กับกสทช.จนทำให้มีพนักงานตกงานเป็นจำนวนมาก นายกรัฐมนตรี อยากให้สื่อมวลชนมีการปรับตัว อย่างการปรับไปทำออนไลน์ ซึ่งมีกฎหมายที่สั่งให้ชดเชยและเยียวยาพนักงานอยู่แล้ว ส่วนพนักงานสัญญาจ้างรายปี ที่ไม่ได้รับการชดเชย ให้ไปสอบถามที่กสทช.

นายกรัฐมนตรี ยังระบุด้วยว่าการทำงานของ คสช.ตอลด 5 ปีที่ผ่านมา ตนมีความพอใจ แต่ยอมรับว่าหลักการในการปกครองต่างกันเพราะทหารต้องเด็ดขาด

โดยหลังจากรับประทานอาหารเสร็จสิ้นนายกรัฐมนตรียังได้มอบของที่ระลึก แก่สื่อมวลชน เป็น Flash Drive พร้อมกับกล่าวกับสื่อได้ว่าในวันนี้อาหารอร่อย แต่ไม่ค่อยได้ทานเนื่องจากสื่อมวลชนซักถามตลอดเวลา และในช่วงท้ายยังเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ถ่ายรูปร่วมกับนายกรัฐมนตรีอีกด้วย ซึ่งสื่อมวลชนต่างขอเซลฟี่กับนายกรัฐมนตรีเป็นจำนวนมาก โดยในวันนี้นายกรัฐมนตรี แต่งกายมาร่วมรับประทานอาหารกับสื่อมวลชน แบบสบายๆเป็นเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวเท่านั้น ได้ร่วมใช้เวลารับประทานอาหารกลางวันกับสื่อมวลชนประมาณ 1 ชั่วโมง

ส่วนอาหารที่ทางสำนักโฆษกรัฐบาลนำมาเลี้ยงสื่อมวลชน ประกอบด้วย ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยวเรือ ข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง ไอศครีมกะทิสด และผลไม้รวมไปถึงน้ำอัดลม กาแฟ และโอเลี้ยง

Tag : บิ๊กตู่ พลเอกประยุทธ์ อนุพงษ์ พล.อ.ประวิตร รัฐบาลชุดใหม่