ปิดแจ้งครอบครองกัญชา ผู้ป่วย-ญาติเข้าคิววันสุดท้ายคึกคัก

วันที่ 21 พ.ค. 2562 เวลา 17:18 น.

Views

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2562 ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพและบริการสุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) สนง.สสจ.อุดรธานี ที่เป็นสถานที่เปิดให้ประชาชนแจ้งการครอบครองกัญชา เพื่อใช้ทางการแพทย์ ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ให้ผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วย แจ้งการครอบครองกัญชา โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย เดินทางมาแจ้งการครอบครองกัญชาทั้งจากต่างอำเภอและในเขต อ.เมือง ตลอดทั้งวัน โดยผู้มาแจ้งครองครองต้องลงทะเบียนรับบัตรคิวก่อน ที่เตรียมไว้ 200 คิว จากนั้น จึงมีการเรียกลงทะเบียนตามคิว

ซึ่งผู้ที่มาแจ้งการครอบครอง มีทั้งนำน้ำมันกัญชา และภาพถ่ายต้นกัญชาที่ปลูกไว้ในการรักษาตัว มาจดแจ้งการครอบครอง พร้อมใบรับรองแพทย์ระบุโรค อาการของโรค ระบุชื่อผู้ป่วย แพทย์ที่ทำการรักษา พร้อมใบประกอบโรค รวมทั้งเอกสารต่าง ๆ เช่น บัตรประจำตัวประชาชนที่ผู้ป่วยต้องมีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.อุดรธานี หากครอบครองน้ำมันกัญชา ต้องนำมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ หากเป็นต้นกัญชา ต้องมีภาพถ่ายต้นกัญชาที่ปลูกไว้ทุกต้น และสถานที่ที่ปลูกกัญชามาแจ้งการครอบครอง 

นางประภานิดา อายุ 47 ปี ชาวบ้าน อ นายูง จ.อุดรธานี เดินทางมาจดแจ้งการครอบครองต้นกัญชาสำหรับการรักษาตัว เปิดเผยว่า ตนป่วยเป็นมะเร็งระยะที่ 4 เริ่มจากป่วยเป็นมะเร็งเต้านมก่อน หลังจากนั้นได้ทำการรักษาตัวมาโดยตลอด แต่กลับลามมาเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองอีก ที่ผ่านมาเข้ารับการรักษามาตลอด ทั้งฉายแสงคีโม แต่ก็ไม่ดีขึ้น จนมาเป็นมะเร็งระยะที่ 4 และไม่ค่อยได้ไปรักษาตัว เพราะค่าใช้จ่ายสูง  

"ป่วยมานาน จนเพื่อนบ้านเขาเห็นใจและสงสาร เขาเลยหาเม็ดกัญชามาให้ลองปลูก เลยลองปลูกไป 3 ต้น ได้ประมาณ 1 เดือนกว่า ๆ พอปลูกได้ก็นำใบมาคั้นเอาน้ำกินตอนเช้า รู้สึกว่าดีขึ้น เพราะเมื่อลองใช้แล้ว กินข้าวได้เยอะ นอนหลับสนิท ไม่ได้คิดว่าจะหายป่วย แต่เมื่อใช้แล้ว ร่างกายมันดีขึ้น ก็อยากลองใช้ไปตลอด จึงนำเอกสารต่าง ๆ มาแจ้งครอบครองค้นกัญชา ให้ถูกกฎหมาย"

นายมะโนชต์ นาคะวัจนะ เภสัชกรเชี่ยวชาญ ผช.นายแพทย์สาธารณสุข จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ได้ออกไปพบปะประชาชน ตามเวทีที่หน่วยงาน และองค์กรจัดขึ้น เพื่อทำความเข้าใจการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ในกรอบของกฎหมายที่เปิดทางไว้ ซึ่งต้องระมัดระวังใช้ให้เหมาะสม เพราะยังมีผลทำให้เมา และอาจเสพติดได้ แต่จากกระแสต่างๆ ที่เกิดขึ้น และความพยายามผลักดันในบางส่วน ทำให้ชาวบ้านยังเข้าใจคลาดเคลื่อน ยังมีความต้องการจะปลูกให้เป็นพืชเศรษฐกิจ โดยจะต้องทำความเข้าใจ อธิบายเหตุผลมากขึ้น

การจดทะเบียนครอบครองกัญชา เพื่อใช้ในการรักษาโรค ส่วนของอุดรธานี มีผู้แจ้งครอบครอง 142 ราย โดยเกิดขึ้นหลังจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ลงนามโดย นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่งเป็นกฎหมายลำดับรองจาก พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 จำนวน 3 ฉบับ เกี่ยวกับการนิรโทษครอบครองกัญชาใน 3 กลุ่ม 3 ฉบับต้องแจ้งครอบครองกัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ ภายใน 90 วัน และขยายเวลาถึงวันที่ 21 พฤษภาคม นี้ ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือ สนง.สสจ.ทั่วประเทศ

ส่วนบรรยากาศของการขอลงทะเบียนครอบครองกัญชาวันสุดท้ายที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ ภายในอาคารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ พบว่า มีประชาชนจำนวนมากมารอลงทะเบียน โดยพบว่ามีชาวบ้านจาก 8 อำเภอของจังหวัดบึงกาฬ ให้ความสนใจมาขอลงทะเบียน กันอย่างคึกคัก โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข คอยอำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำเรื่องการกรอกเอกสาร และตรวจคัดกรองความถูกต้องในเบื้องต้น ซึ่งพบว่า มีชาวบ้านยังไม่เข้าใจ ทั้งเรื่องเอกสารและวัสดุที่ใช้ประกอบในการขออนุญาต หลายคนต้องผิดหวังไม่สามารถลงทะเบียนได้ โดยจังหวัดบึงกาฬ มีผู้มาขอลงทะเบียนครอบครองกัญชา จำนวน 124 คน

นางวันเพ็ญ เที่ยงคำ อายุ 47 ปี ชาวบ้านบ้านเหล่าถาวร ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ กล่าวว่า เพิ่งทราบข่าวเมื่อ 2-3 วันมานี้ประกอบกับเป็นวันหยุด พอมาลงทะเบียนวันนี้เอกสารไม่พร้อม จึงลงทะเบียนไม่ได้ ก็อยากจะขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ยึดเวลาการลงทะเบียนออกไปอีก 1-2 เดือนก็ยังดี ให้โอกาสชาวบ้านตาดำๆ ได้ใช้กัญชาไว้รักษาตัวเอง ส่วนตัวมีความจำเป็นต้องใช้รักษาตัวเอง ซึ่งก็หวังจะมีโอกาสได้ปลูกไว้ใช้เอง จะได้ไม่ต้องไปซื้อที่เขาขายแพง มีเองก็จะได้ประหยัดลดค่าใช้จ่ายได้

Tag : ครอบครองกัญชา ผู้ป่วย นิรโทษกรรมกัญชา