ผู้เฒ่าหาของป่าถูกผึ้งรุมต่อย แถมไฟเผาซ้ำร่างเกรียมดับอนาถ

วันที่ 22 พ.ค. 2562 เวลา 11:09 น.

Views

ผู้เฒ่าวัย 70 ปี แอบขึ้นเขาภูวัวไปหาของป่า ร่วมกับเพื่อนๆ ในป่าลึกจึงขอออกจากกลุ่มไปหารังผึ้ง จนค่ำเพื่อนตามหาไม่เจอกลับลงมาแจ้งเจ้าหน้าที่ เช้าขึ้นไปช่วยกันตามหาสุดท้าย พบกลายเป็นศพถูกไฟเผาไหม้พุพองทั้งตัวดับอย่างเวทนา

เวลา 05.30 น. วันที่ 22 พ.ค. ร.ต.อ.คำผง สุนะไตร รอง.สว.(สอบสวน)สภ.บุ่งคล้า อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ รับแจ้งจากนายทวีป กำแพงเมือง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ว่าพบชายเสียชีวิตบนป่าภูวัว จึงรายงานให้ พ.ต.อ.อธิคม จันทร์อินทร์ ผกก.ทราบพร้อมประสาน น.พ.ณรงค์วรรษ พรหมสาขา ณ สกลนคร แพทย์.รพ.บุ่งคล้า เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์ป่า ผู้นำชุมชน หน่วยกู้ภัยสว่างศรีวิไลจุดบุ่งคล้าและบึงโขงหลง และชาวบ้านจำนวนกว่า 30 คน รุดไปยังที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ห่างจากสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว บ้านขามเปี้ย หมู่ 7 ต.บุ่งคล้า ประมาณ 4 กิโลเมตร ต้องเดินเท้าขึ้นไปบนสันเขาผ่านโขดหินสูงชัน ป่ารก ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง เมื่อไปถึงบริเวณพื้นที่โล่งแจ้งพบศพนายกัณหา จูมวงค์ อายุ 70 ปี ชาว ต.บุ่งคล้า อ.บุ่งคล้า สภาพศพคว่ำหน้าคุกเขาโก่งโค้งอยู่กับพื้นหิน เสื้อผ้าที่สวมใส่โดนไฟไหม้หมด เห็นผิวหนังพุพองทั้งตัว ที่เท้าสองข้างมีซากรองเท้าบูทที่โดนไฟไหม้จนละลายติดเท้า ใกล้กับศพมีกระเป๋าสะพายสัมภาระตกอยู่ห่างออกไปราว 50 เมตร พบถังสีขาว มีผ้าขาวม้าผูกไว้อยู่ใต้หน้าผาที่มีผึ้งหลวงทำรังขนาดใหญ่เกาะอยู่ จึงได้ช่วยกันนำร่างลงมาจากเขาให้แพทย์ชันสูตร อย่างทุลักทุเล

สอบถาม นางสลิทธิ์ พรหมวงค์ อายุ 60 ปี ภรรยา เล่าว่า หลังจากกรีดยางเสร็จทุกวันผู้ตายก็จะขึ้นเขาไปหาของป่ากลับกลุ่มเพื่อนๆ เป็นประจำ บางครั้งก็ได้เห็ด หน่อไม้ และก็รังผึ้งนำมาทำอาหารเลี้ยงครอบครัว หากเหลือก็จะแบ่งขายเป็นรายได้เสริม โดยจะกลับเข้าบ้านในช่วงเย็นๆ ของทุกวัน แต่วานนี้ไม่เห็นกลับตามปกติ จึงได้ไปแจ้งผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าออกตามหา จนพบกลายเป็นศพ

นายทวีป คำแพงเมือง หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเย็นวานนี้ มีชาวบ้านมาแจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามีคนแก่ที่ขึ้นไปหาของป่า แล้วหายตัวไป จึงส่งเจ้าหน้าที่และชาวบ้านร่วมกันออกค้นหา จนพบว่าเสียชีวิต ซึ่งกรณีนี้เป็นเหตุการณ์สุดวิสัย เนื่องจากชาวบ้านขึ้นเขาไปโดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งจากการตรวจดูพื้นที่เกิดเหตุสันนิษฐานว่า ขณะที่ผู้ตายก่อไฟจะลนรังผึ้งนั้น ผึ้งอาจแตกรังบินวนมารุมต่อยทำให้ผู้ตายทิ้งสัมภาระวิ่งหนีหวังเอาตัวรอด แต่ไม่พ้นล้มลงเพราะฤทธิ์เหล็กใน เจ็บปวดจนสิ้นใจตาย ก่อนไฟที่ก่อไล่ผึ้งจะลุกลามมาไหม้ศพซ้ำ สอบถามญาติๆ ไม่มีใครติดใจในการเสียชีวิตจึงมอบศพให้นำกลับไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป