จับตา 2 เรื่องร้อนการเมือง จบแบบไหน

วันที่ 23 พ.ค. 2562 เวลา 11:23 น.

Views

โดยช่วงบ่ายวันนี้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นัดประชุมพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องของ กกต. ที่ขอให้ศาลวินิจฉัยคุณสมบัติของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถือครองหุ้นในบริษัทวีลัค มีเดียจำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจสื่อ เข้าข่ายลักษณะต้องห้าม มิให้สมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. เป็นเหตุให้สมาชิกภาพ สส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา (6) ประกอบมาตรา 98 ทั้งนี้หากศาลรับคำร้อง ก็มีประเด็นพิจารณาว่ามีเหตุต้องสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ซึ่งหากมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ นายธนาธร จะเป็น สส.คนแรกที่ได้รับรองสถานะ สส.แล้ว แต่หมดโอกาสได้เข้าสภาเพื่อร่วมงานรัฐพิธีและปฏิญาณตนเพื่อปฏิบัติหน้าที่ สส. แต่ถ้าศาลเห็นว่าไม่มีเหตุต้องสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ นายธนาธรก็จะได้ทำหน้าที่ สส.จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

นอกจากหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่จะเผชิญวิบากกรรมเรื่องถือหุ้นสื่อแล้ว ยังมีกรณีให้พรรคยืมเงิน 110 ล้านบาท ซึ่งกฎหมายพรรคการเมืองฉบับใหม่ ไม่ได้เปิดโอกาสให้ทำได้ เนื่องจากมีเนื้อหาเปลี่ยนแปลงจากกฎหมายเดิมที่เคยเปิดช่องเรื่องรายได้อื่นไว้ แต่กฎหมายพรรคการเมืองปี 60 ไม่มีบทบัญญัติในเรื่องนี้

อย่างไรก็ตามพรรคอนาคตใหม่ได้ใช้วิกฤตนี้เป็นโอกาส โดยมีการโพสต์ข้อความ "พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ช่วยอนาคตใหม่ใช้หนี้" อธิบายที่มาการกู้เงินรวมถึงขอรับบริจาคเงินจากประชาชนชนด้วย

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรค เพื่อพิจารณาจุดยืนการเมืองหลังมอบหมายให้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ไปประสานงานกับทุกพรรคการเมือง โดยมีสามแนวทางที่จะพิจารณาคือ ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ เป็นฝ่ายค้านอิสระ หรือเป็นขั้วที่สามเป็นแกนกลางตั้งรัฐบาลเอง ซึ่งสุดท้ายแล้วยังต้องตัดสินใจในที่ประชุมร่วมระหว่าง สส.กับกรรมการบริหารพรรคมีองค์ประชุมรวม 82 คน โดยต้องจับตาว่าประชาธิปัตย์จะมีมติในวันนี้ หรือรอดูสถานการณ์โหวตเลือกประธานสภาก่อนค่อยตัดสินใจทางการเมือง

ด้านพรรคพลังประชารัฐ จัดปฐมนิเทศ สส.เพื่อเตรียมปฏิบัติหน้าที่ในสภา แต่กลับไร้เงาแกนนำพรรค โดยมีรายงานว่าแกนนำหลักของพรรคอยู่ระหว่างเจรจาจับขั้วตั้งรัฐบาลที่ต้องการให้จบภายในวันนี้

ขณะที่ฝ่ายไม่สนับสนุน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ยังยืนหยัดต่อต้าน โดยพรรคอนาคตใหม่โพสต์เฟซบุ๊กย้ำจุดยืน รวบรวมเสียงเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลแห่งการยุติการสืบทอดอำนาจของ คสช.ต่อ บนเงื่อนไขแก้รัฐธรรมนูญและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งนายธนาธร พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี

เช่นเดียวกับ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ซึ่งวันนี้เดินทางไปให้กำลังใจ นายพานทองแท้ ชินวัตร สู้คดีฟอกเงินจากกรณีการทุจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย ก็ยังยืนยันว่าขั้ว 7 พรรคการเมืองยังเหนียวแน่นที่ 245 เสียง และย้ำว่านายกรัฐมนตรี ควรมาจากเสียงข้างมากของ สส. พร้อมเปิดทางว่าก่อนจะถึงวันโหวตเลือกประธานสภา ในวันที่ 25 พฤษภาคม อะไรก็เกิดขึ้นได้ รวมถึงการตั้งรัฐบาลขั้วที่ 3 ด้วย โดยการหารือกับประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยมีความคืบหน้าในทิศทางที่ดี

Tag : เลือกตั้ง 2562 เลือกตั้ง ธนาธร