เร่งหาสาเหตุ! เพลิงไหม้เรือบรรทุกสินค้า ท่าเรือแหลมฉบัง

วันที่ 26 พ.ค. 2562 เวลา 04:33 น.

Views

เหตุการณ์นี้เกิดเมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. วานนี้ (25 พ.ค. 62) ตำรวจ สภ.แหลมฉบัง รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้เรือบรรทุกสินค้าภายในท่าเทียบเรือแหลมฉบัง ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณท่าเทียบเรือ A2 พบเปลวไฟกำลังโหมลุกไหม้ตู้คอนเทนเนอร์ที่อยู่บนเรือบรรทุกสินค้าอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานระดมรถน้ำกว่า 10 คัน ช่วยกันฉีดน้ำสกัดเพลิง เพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังเรือบรรทุกสินค้าลำอื่น โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

จากการตรวจสอบเรือบรรทุกสินค้าลำดังกล่าวเป็นเรือสัญชาติเกาหลีใต้ โดยบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์มาทั้งหมด 676 ใบ แต่นำลงที่ท่าเรือแหลมฉบังเพียง 443 ใบ ยังเหลืออีก 35 ใบ ยังขนลงไม่หมดก็มาเกิดเหตุเพลิงไหม้ก่อน ภายหลังเกิดเหตุผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง ได้ออกมาชี้แจงในเบื้องต้นยังไม่พบสินค้าที่เป็นอันตรายอยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์ ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ         

นอกจากนี้ในขณะเกิดเหตุผู้อยู่ในเหตุการณ์ยืนยันก่อนเพลิงไหม้ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น เห็นควันพวยพุ่งบนเรือบรรทุกสินค้า ด้วยความตกใจจึงพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด     

จากเหตุการณ์ดังกล่าวพบมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 143 คน เป็นพนักงานท่าเทียบเรือ ส่วนใหญ่ถูกสารเคมี ระคายเคืองตา หายใจไม่ออก ภายหลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแพทย์ได้ทำการรักษาและเอกซเรย์ปอดพบอาการปลอดภัยอนุญาตให้กลับบ้านได้ จำนวน 106 คน ยังเหลือผู้บาดเจ็บอีกจำนวน 37 คน ที่อาการยังไม่พ้นขีดอันตรายเนื่องจากถูกสารเคมีและสะเก็ดไฟกระเด็นถูกผิวหนังเป็นแผลพุพองต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล                
            
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา (25 พ.ค. 62) สามารถควบคุมเพลิงได้แล้วแต่ยังมีเขม่าควันออกมาจากตู้คอนเทนเนอร์ที่ปิดอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงฉีดน้ำหล่อเลี้ยงไว้และจะทยอยเปิดตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อฉีดน้ำดับควันภายในตู้ ทั้งนี้มีข้อมูลเบื้องต้นจากบริษัทตัวแทนเรือว่าสารเคมีที่บรรทุกมามีผงแคลเซียมไฮโปคลอไรต์ (Calcium Hypochlorite) ซึ่งนิยมใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสำหรับการฆ่าเชื้อวัตถุดิบและน้ำ จำนวน 13 ตู้คอนเทนเนอร์  สารคลอริเนเตท พาราฟิน แวกซ์ (Chlorinated paraffin wax) ซึ่งเป็นของเหลว จำนวน 5 แท็งก์ ซึ่งเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ทำให้น้ำและโฟมจากการดับเพลิงส่วนหนึ่งไหลลงทะเล ทางท่าเรือแหลมฉบัง จึงได้นำบูม (Boom) มากั้น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของน้ำมันที่ปนมากับน้ำดับเพลิงแล้ว พร้อมกันนี้ทางกองจัดการสารอันตรายและกากของเสีย และศูนย์ควบคุมมลพิษ จังหวัดระยอง จะติดตามตรวจสอบผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ทางกรมควบคุมมลพิษ พร้อมด้วยสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 13 และสำนักทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม จังหวัดระยอง ได้ลงพื้นที่ตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณรอบจุดเกิดเหตุและเขตชุมชนที่ได้รับผลกระทบหลังมีควันจากเหตุเพลิงไหม้ฟุ้งกระจายออกไป เบื้องต้นพบว่ามีค่าสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายอยู่ในช่วง 1.2-2.4 PPM (Parts Per Million) ค่าสารฟอร์มาลดิไฮด์ (Formaldehyde) อยู่ในช่วง 0.92-1.96 PPM ซึ่งเกินค่ามาตรฐานส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและอาจทำให้ผิวหนังอักเสบและเกิดระคายเคืองดวงตาได้

Tag : สนามข่าว 7 สี ท่าเรือแหลมฉบัง ไฟไหม้ท่าเรือแหลมฉบัง