News

รายงานพิเศษ : พอใจเพิ่มโทษกฎหมายข่มขืน-อนาจาร โทษหนักประหารชีวิต

เมื่อวานนี้ (28 พ.ค.) ประมวลกฎหมายอาญา เริ่มมีผลบังคับใช้ เพิ่มโทษในคดีข่มขืน และคดีอนาจาร มีโทษหนักถึงประหารชีวิต ซึ่งมุมมองของประชาชน โดยเฉพาะหญิงสาวรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น ไปลงสนามข่าวนี้กับคุณไพศาล รัตนบรรเทิง

15 กันยายน 2557 ช่วงเช้าตรู่ ตำรวจพบศพชาย-หญิงชาวอังกฤษ ถูกฆ่าเปลือย เสียชีวิตอยู่บริเวณโขดหินชายหาดทรายรี ในตำบลเกาะเต่า จังหวัดสุราษฏร์ธานี โดยสภาพศพถูกทุบด้วยจอบ และฝ่ายหญิงยังพบร่อยรอยถูกข่มขืน ซึ่งคดีนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำที่โหดเหี้ยม ต่อมาตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุได้เป็นชาวเมียนมา 2 คน และสุดท้ายศาลมีคำสั่งประหารชีวิต

คดีข่มขืนกระทำอนาจารในบ้านเรายังคงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และถือเป็นภัยต่อสังคม แต่อัตราโทษยังไม่สูงมากนัก จนผู้กระทำผิดหลายคนไม่เกรงกลัว

เมื่อวานนี้ เริ่มมีผลบังคับใช้ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยคดีข่มขืน และกระทำอนาจาร จะต้องรับโทษสูงขึ้นตั้งแต่ 7-20 ปี และโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต

รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ให้ความเห็นว่า สาระสำคัญที่มีการแก้ไข คือ แยกคำว่า กระทำชำเรา และอนาจารให้ชัดเจนขึ้น โดยจากเดิมที่บัญญัติไว้ว่าผู้ที่กระทำชำเราเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำ โดยการใช้อวัยวะเพศหรือสิ่งอื่นใดกับผู้ถูกกระทำเป็นการกระทำชำเราเท่านั้น

กฎหมายฉบับใหม่นี้แก้ไขให้ชัดเจนว่า การที่ผู้กระทำใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำล่วงล้ำอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น เป็นการกระทำชำเรา ส่วนการใช้สิ่งอื่นถือเป็นเพียงการทำอนาจาร

นอกจากนี้ ยังได้เปลี่ยนแปลงกรณีการข่มขืนกระทำชำเราที่เกิดขึ้นระหว่างคู่สมรส หากศาลมีคำสั่งลงโทษสามี แต่ทั้งสามีและภรรยายังประสงค์ที่จะอยู่กินด้วยกันต่อ ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่หากประสงค์ที่จะหย่า ศาลจะแจ้งให้อัยการดำเนินการฟ้องหย่าให้

ส่วนกรณีการข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยทำให้ผู้ถูกกระทำเข้าใจว่าผู้กระทำมีอาวุธปืนหรือระเบิด จากเดิมที่กำหนดเฉพาะต้องเป็นอาวุธจริงเท่านั้น แต่ในกฎหมายฉบับใหม่นี้ ได้เปลี่ยนแปลงให้ครอบคลุมอาวุธและสิ่งเทียมอาวุธทั้งหมด ผู้กระทำจะได้รับโทษจำคุกตั้งแต่ 10-20 ปี ปรับตั้งแต่ 200,000-400,000 บาท หรือจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งโทษหนักขึ้น

และที่สำคัญในการแก้ไขบทบัญญัติครั้งนี้ คือการเพิ่มเติมโทษ หากผู้ใดข่มขืน กระทำชำเรา กระทำอนาจาร แล้วบันทึกภาพหรือเสียงการกระทำไว้ แล้วนำไปเผยแพร่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ต้องรับโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ 1 ใน 3 ส่วนผู้ที่นำภาพเสียงไปเผยแพร่หรือส่งต่อ ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้อีกกึ่งหนึ่ง ของโทษมาตรานั้น ๆ

สำหรับความผิดเรื่องการประหารชีวิต เดิมกฎหมายฉบับเก่ากำหนดไว้อยู่แล้ว หากผู้ใดก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ชีวิต โทษสูงสุดคือประหารชีวิต

ส่วนกรณีการข่มขืน กระทำชำเราศพ หรือกระทำให้ผู้อื่นตายแล้วข่มขืน ไม่เข้าข่ายรับโทษประหารชีวิตจากการข่มขืนกระทำชำเรา แต่จะถูกพิจารณาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

ทีมข่าวยังลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็น พบว่าประชาชนหลายคนโดยเฉพาะหญิงสาว ต่างรู้สึกมั่นใจว่าหากมีการเพิ่มโทษคดีข่มขืนและคดีอนาจารอาจทำให้คนที่คิดจะทำผิดเกรงกลัวต่อกฎหมาย และบางรายก็มองว่าอาจจะเป็นดาบสองคมที่จะทำให้คนร้ายก่อเหตุรุนแรงกับเหยื่อถึงขึ้นเสียชีวิต

แม้กฎหมายจะรุนแรงขึ้น แต่หากผู้มีอำนาจไม่จริงจังในการบังคับใช้กฎหมาย ก็ยากจะแก้ไขปัญหาเรื่องความรุนแรงเพศได้