News

ชูวิทย์คาดจุดจบพลังประชารัฐ เป็นสภาแค่ 30 วัน

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นต่อกรณีการเทียบเชิญพรรคอื่นๆ อื่นๆ มาร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ว่า “เริ่มยึกยัก ออกอาการ” หลังแกนนำพรรคพลังประชารัฐพลาดท่า เทหมดหน้าตักให้พรรคร่วม พอหงายไพ่ หายงง ถึงรู้ว่า ”ได้ไม่คุ้มเสีย”

จึงออกอาการ งานนี้ไม่จบง่ายๆ ขันหมากเป็นหม้ายกลางทาง เพราะหลังจากถวายกระทรวงเกรดเอเซ่นให้พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ ไปแทบหมดโต๊ะ เหลือเศษกระทรวงเล็กโยนให้ไปแบ่งกันเองในพรรคอย่างไม่เหลือศักดิ์ศรี ทำท่าจะเหนื่อยฟรี

กระทรวง (ใหญ่) ที่อยากได้ กลับไม่ได้ กระทรวง (เล็ก) ที่ไม่อยากได้ กลับได้ บรรดากลุ่มก๊วนพรรคพลังประชารัฐ จึงเริ่มร้องกระจองอแงว่า ไปยกให้เขาหมดได้อย่างไร? จะไปเหลืออะไรไว้ให้ทำมาหากิน?

หากยอมตั้งแต่ต้น ต่อไปคงถูกสองพรรคนี้ "ขี่คอทำงาน" ต้องคอย “โอ๋” เป็นเด็กนิสัยเสีย เพราะเงื่อนไขมาเป็นแพ็คคู่ ผิดใจไปหนึ่งพรรคมีหวังได้ล้มทั้งกระดาน ถูกขู่เช้าเย็นไม่เห็นหัว บอกว่า “จัดรัฐบาลได้เพราะกู“

แถมพรรคประชาธิปัตย์ยังเรื่องมากไม่หยุด ต้องไม่ให้เสียหน้า เอาเรื่อง “การแก้รัฐธรรมนูญ” มาเป็นข้ออ้าง เงื่อนไขบังหน้า เคยบอกเล่าเก้าสิบให้ฟังมาแล้ว เพราะรู้ใจพรรคนี้ดีตั้งแต่หัวหน้ายันภารโรง

มันผิดจากที่ผมพูดไว้ซะเมื่อไหร่ ตำแหน่งก็เอา หน้าก็ไม่ยอมเสีย สันดานนี้แก้ไม่หายเสียที แม้ว่าจะ "ปรับปรุงใหญ่" เปลี่ยนหัวหน้าพรรคก็แล้ว กรรมการบริหารใหม่ก็แล้ว แต่ที่ยังคงไม่เปลี่ยน คือ นิสัยยังเหมือนเดิม

ส่วนพรรคร่วมอื่น เรื่องชักลามไปกันใหญ่ เกิดหมั่นไส้ว่าสองพรรคนี้ได้มากเกิน ตัวเองได้น้อย ส่งเสียงโล้งเล้งว่า “อั๊วก็ยังไม่ได้ตกลง เพราะเมื่อคืนเตี่ยมาเข้าฝันว่า อย่าเพิ่งรีบ”

ลางชักไม่ดีตั้งแต่ต้น ออกอาการพังตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ไม่ต้องดูตอนจบว่าจะอนาถขนาดไหน อาจจะเร็วกว่า 6 เดือน อย่างที่ผมเคยบอกไว้ด้วยซ้ำ เผลอๆ เป็น ”สภา 30 วัน” ให้ได้จารึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย