News

ชาวบ้านรวมตัวขับไล่ ผอ.โรงเรียน ขอมีสัมพันธ์กับครูสาวแลกผลประเมิน-อนาจาร นร.หญิง

ชาวบ้านจังหวัดนครศรีธรรมราช ออกมารวมตัวไล่ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง หลังมีคลิปเสียงเสนอการประเมินผลการปฏิบัติงานแลกกับการมีสัมพันธ์กับครูในโรงเรียน อีกทั้งยังมีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายกระทำอนาจารนักเรียนหญิงหลายคนอีกด้วย

วานนี้ (4 มิ.ย.) ชาวบ้านหลายสิบคน พร้อมผู้นำท้องถิ่น ในพื้นที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปรวมตัวกันเรียกร้องให้ย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งออกจากพื้นที่ พร้อมขอให้ดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด หลังจากมีคลิปเสียงซึ่งถูกระบุว่าเป็นเสียงของผู้อำนวยการโรงเรียน เจรจาต่อรองกับครูสาวรายหนึ่ง เพื่อเสนอผลประเมินการปฏิบัติงานในระดับสูง แลกกับการมีสัมพันธ์ด้วย โดยคลิปเสียงดังกล่าวมีความยาวประมาณ 23 นาที สร้างความเสื่อมเสียต่อโรงเรียนและชุมชน

ขณะญาติของครูสาวยังระบุด้วยว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนคนนี้ยังหลอกลวงให้ครูสาว ร่วมกู้เงินจำนวนกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ครูสาวทุกข์ใจจนถึงขั้นฆ่าตัวตายหลายครั้ง และขณะนี้มีอาการป่วยทางจิต ต้องรักษาตัวอยู่ตลอด รวมทั้งผู้ปกครองของนักเรียนหลายคน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนคนนี้ยังมีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำอนาจารนักเรียนหญิงหลายคน

ด้านผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้ถูกกล่าวหา ได้ส่งหนังสือชี้แจงที่เขียนด้วยลายมือตัวเอง จำนวน 7 ข้อ มีใจความสำคัญแสดงความเสียใจต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมขอโทษครูสาวและครอบครัว ทั้งยังอ้างว่าที่ทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และไม่ไตร่ตรองให้รอบคอบถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังระบุด้วยว่าไม่มีเรื่องชู้สาวกับครูสาวผู้เสียหายแต่อย่างใด

ขณะที่ นายปรีชา รักษ์ทอง รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หรือ สพป. นครศรีธรรมราช เขต 3 กล่าวกับชาวบ้านว่าไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น หลังได้รับคลิปเสียงดังกล่าวก็ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว แม้ว่าก่อนหน้านี้ครูสาวผู้เสียหายจะไม่ได้ร้องเรียนในเรื่องดังกล่าว เพียงแต่ได้ขอย้ายไปช่วยราชการที่โรงเรียนอื่นเท่านั้น

โดยผลการสอบสวนเบื้องต้น ได้มีคำสั่งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนคนดังกล่าวหยุดปฏิบัติหน้าที่ที่โรงเรียนทันที และให้ย้ายไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครศรีธรรมราช เขต 3 พร้อมกับย้ายครูสาวผู้เสียหายให้กลับมาปฏิบัติราชการที่โรงเรียนเดิม ให้ผู้อำนวยการชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีการบริหารงานไม่โปร่งใส และตั้งคณะกรรมการร่วม โดยให้ผู้นำชุมชนและผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการสอบสวนด้วย ซึ่งชาวบ้านที่มาฟังคำชี้แจงต่างแสดงความพอใจ และยืนยันไม่ต้องการให้ผู้อำนวยการคนดังกล่าวกลับมาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อีก เพราะชาวบ้านไม่ไว้วางใจ

ด้านตำรวจที่มาติดตามสถานการณ์ กล่าวว่า หากจะดำเนินคดีกับผู้อำนวยการโรงเรียนคนดังกล่าว ผู้เสียหาย รวมทั้งผู้ปกครองของเด็กผู้เสียหายจะต้องไปแจ้งความ ซึ่งทางตำรวจก็พร้อมรับแจ้งความอยู่แล้ว