เปิดประชุมรัฐสภา โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

วันที่ 5 มิ.ย. 2562 เวลา 15:45 น.

Views

นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวยืนยันว่า ประธานสภา และรองประธาน จะทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ซื่อสัตย์ สุจริต จะควบคุมการประชุมให้เป็นไปตามข้อบังคับ และจะให้โอกาสอภิปรายอย่างเต็มที่ แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับ ส่วนญัตติจากพรรคอนาคตใหม่ ที่ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติ สส. นั้น ได้พิจารณาแล้ว เห็นว่าไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบคุณสมบัติ

ต่อมา พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย พูดถึงการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ว่าจะต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎรอย่างเดียว ไม่ใช่การประชุมร่วมของรัฐสภา เพราะมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญ ในวรรค 2 ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรับรองก่อน แม้จะมีบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญให้วุฒิสภาโหวตด้วย แต่กฎหมายดังกล่าวไม่ได้ครอบคลุมการรับรองแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

ต่อมาประธานรัฐสภาเปิดให้สมาชิกเสนอชื่อผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่ง นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เสนอชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี

ขณะที่ นางสาวศรีนวล บุญลือ สส. เชียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ เสนอชื่อ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยเธอได้ใช้ภาษาพื้นเมืองในการเสนอชื่อ สร้างสีสันให้ห้องประชุม

จากนั้นที่ประชุมเริ่มมีการอภิปรายแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่ง นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ สส.กรุงเทพมหานคร พรรคอนาคตใหม่ อาศัยข้อบังคับที่ 31 เรียกร้องให้ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี แสดงวิสัยทัศน์ แต่ นายวีระกร คำประกอบ สส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ บอกว่า เสนอให้แสดงวิสัยทัศน์ไม่ได้ เพราะขัดกับข้อบังคับ ขณะที่ นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ สส. พะเยา พรรคพลังประชารัฐ บอกว่า ไม่ว่าจะเป็นพลเอกประยุทธ์ หรือ นายธนาธร ล้วนเป็นบุคคลสาธารณะ ประชาชนจึงเห็นถึงวิสัยทัศน์แล้ว และทุกวันนี้ประเทศต้องการมีรัฐบาล จึงไม่เห็นด้วยต่อการแสดงวิสัยทัศน์ จนกระทั่ง นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ สส.กรุงเทพมหานคร  พรรคอนาคตใหม่ ขอถอนมติที่จะให้แสดงวิสัยทัศน์ หลังจากเห็นว่าอาจเสียเวลา

หลังจากนั้นประธานรัฐสภา จึงขอให้เริ่มอภิปรายตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายขจิตร ชัยนิคม สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย บอกว่า ผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่พลเอกประยุทธ์รับเงินเดือนจากรัฐ จากภาษีของประชาชน เพราะฉะนั้นจะถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ และศาลฎีกายังเคยมีคำสั่งศาลออกมาว่า พลเอกประยุทธ์เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ

ด้าน นายวีระกร คำประกอบ สส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ แย้งว่า ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยเมื่อปี 2543 คำว่า "เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ" ต้องเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ คือต้องได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งตามกฎหมาย และต้องปฏิบัติหน้าที่เป็นงานประจำ อยู่ในบังคับบัญชาหรือข้อบังคับของรัฐ และต้องได้รับเงินเดือนตามกฎหมาย แต่เมื่อไม่เข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่ง ถือว่าไม่เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ

การอภิปรายเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรียังคงดำเนินต่อไป โดยทั้ง สส. และ สว. ต่างลุกขึ้นอภิปราย และประท้วงกันอย่างต่อเนื่อง

Tag : เลือกนายกรัฐมนตรี โหวตนายก เจาะสนามเลือกตั้ง เกาะติดเลือกตั้ง 2562 ใครเป็นนายกคนใหม่