News

เผยวงจรปิด ร้องเหตุชายคล้าย ตร.ใช้ปืนกระหน่ำตบหน้าบาดเจ็บ อ้างขับรถประมาท

ชายอายุ 32 ปี ในจังหวัดนครราชสีมา แจ้งความดำเนินคดีกับชายแต่งกายคล้ายตำรวจ ขับรถตาโล่ปาดหน้าให้หยุด ก่อนหยิบเอาปืนในรถมากระหน่ำตบหน้าได้รับบาดเจ็บ โดยผู้ก่อเหตุอ้างว่าผู้เสียหายขับรถโดยประมาท ซึ่งกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้

ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณริมถนนมิตรภาพ บริเวณหน้าโรงเรียนอนุบาลตลาดแค ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา เผยให้เห็นภาพชายคนหนึ่งแต่งกายด้วยเสื้อสีขาว-กางเกงสีกากี คล้ายตำรวจในสภาพครึ่งท่อน เดินลงจากรถยนต์ที่จอดอยู่หน้ารถของ นายชัยยุทธ บัวแก้ว อายุ 32 ปี  

ทั้งคู่มีปากเสียงกันได้สักพัก ก่อนที่ชายแต่งกายคล้ายตำรวจจะเดินกลับไปที่รถของตนเอง แล้วหยิบปืนออกมากระหน่ำตบหน้า นายชัยยุทธ หลายรอบจนได้รับบาดเจ็บ ทั้งที่ผู้เสียหายไม่ได้ตอบโต้ เนื่องจากชายผู้ก่อเหตุมีปืน เกรงว่าจะได้รับอันตรายมากกว่านี้ จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ขับรถหนีไป  

แม้ว่าภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพได้ไม่ค่อยชัด แต่ก็เพียงพอจะยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ 

ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนเองได้ขับรถมาตามถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าไปยังอำเภอเมืองนครราชสีมา แต่ระหว่างทางกลับมีชายคนหนึ่งแสดงตนเป็นตำรวจ ขับรถตามไล่ปาดหน้า จากนั้นก็บีบแตรส่งสัญญาณให้เขาจอดชิดริมถนน

เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ ชายผู้ก่อเหตุได้จอดรถขวางหน้ารถของเขาไว้ แล้วเดินตรงมาพูดคุยกับเขา พร้อมอ้างว่าผู้เสียหายขับรถโดยประมาท จึงทำให้ทั้งคู่มีปากเสียงกัน ก่อนที่ชายผู้ก่อเหตุจะหยิบปืนในรถมากระหน่ำตบหน้า จนผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ   

ดาบตำรวจกฤษณะ จงกล ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.โนนสูง เล่าว่า ระหว่างเกิดเหตุตนเองอยู่ในป้อมตำรวจ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับจุดที่เกิดเหตุ โดยก่อนที่ผู้เสียหายจะถูกชายคล้ายตำรวจทำร้าย ผู้เสียหายได้เดินเข้ามาขอความช่วยเหลือกับตนเอง เพื่อช่วยพูดคุยไกล่เกลี่ย แต่เมื่อเขาตามไปยังจุดเกิดเหตุ ปรากฏว่าชายที่อ้างตัวเป็นตำรวจหยิบปืนในรถมาตบหน้าผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ  

โดยตำรวจยังยืนยันอีกว่า ผู้เสียหายพยายามแย่งปืนผู้ก่อเหตุเพื่อป้องกันตนเอง ยิ่งทำให้ชายคนดังกล่าวมีท่าทีไม่พอใจ แสดงตนเป็นตำรวจ แล้วใส่กุญแจมือผู้เสียหาย ก่อนจะใช้ปืนกระหน่ำตบซ้ำอีกรอบ 

ขณะนี้ผู้เสียหายได้แจ้งความดำเนินคดีกับชายคนดังกล่าวแล้ว พร้อมกับเชื่อว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นตำรวจจริง แต่พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำ และยังไม่สามารถสรุปได้ว่าชายผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจจริงหรือไม่