News

เปิดโผ ครม.พลเอกประยุทธ์ จบศึกชิงเก้าอี้ คืนกระทรวงเกรด A ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย

สำหรับ “ครม. พลเอกประยุทธ์” กระทรวงด้านความมั่นคงยังคงเป็นรัฐมนตรีหน้าเดิม ส่วนกระทรวงเกรด A หลัง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการพูดคุยภายในพรรคพลังประชารัฐ จะไม่ดึงกลับมาอยู่ในโควตาของพรรค เพื่อเปิดทางให้กับพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย ตามที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนร่วมรัฐบาล

สำหรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 สมัยที่ 2 คือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, รองนายกรัฐมนตรีมี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือ “บิ๊กป้อม” ยังคงนั่งเก้าอี้เดิม เป็นรองนายกฯ ด้านความมั่นคง เช่นเดียวกับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ และ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ด้านกฎหมาย นอกจากนั้นมี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยด้วย

กระทรวงกลาโหม ยังคงเป็น พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ โดยก่อนหน้านี้ก็มีกระแสข่าวว่า พลเอกประยุทธ์อาจจะควบเก้าอี้ดูแลกระทรวงกลาโหมเอง เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพของพลเอกประวิตร

กระทรวงมหาดไทย พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ยังคงนั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีและมีรัฐมนตรีช่วยฯ คือ นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.จังหวัดอุทัยธานี รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมคือ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ โดย นายสนธิรัตน์ เป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา พร้อมกับรัฐมนตรีอีก 4 คน เพื่อมาเป็นแกนนำพรรคพลังประชารัฐ รับตำแหน่งเลขาธิการพรรค

กระทรวงพาณิชย์ ก็ยังคงเป็นโควตาของพรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี และมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐมนตรีช่วยฯ

กระทรวงการคลัง นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นรัฐมนตรี

กระทรวงสาธารณสุข ยังเป็นโควตาของพรรคภูมิใจไทย ตามที่มีกระแสข่าวมาโดยตลอด นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี และมี นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐมนตรีช่วยฯ

กระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐมนตรี มี นายถาวร เสนเนียม สส.จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำ กปปส. เป็นรัฐมนตรีช่วยฯ

กระทรวงพลังงาน นายณัฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นรัฐมนตรี

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หนึ่งในกระทรวงเกรด A ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐจะดึงเก้าอี้กลับไปให้กับแกนนำพรรคกลุ่มสามมิตร จนเกิดปัญหาล้มดีลกับพรรคประชาธิปัตย์ ล่าสุดมีรายงานว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ จะยังคงได้ตำแหน่งรัฐมนตรี โดยมี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ แกนนำพรรคภูมิใจไทย และ นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นรัฐมนตรีช่วยฯ

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ลาออกมาเป็น สส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ จะนั่งเก้าอี้เป็นรัฐมนตรี และ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา เป็นรัฐมนตรีช่วยฯ

กระทรวงยุติธรรม คาดว่ารัฐมนตรีอาจเป็น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร ของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าว ต้องการเก้าอี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเมื่อมีการคืนโควตาให้กับพรรคประชาธิปัตย์ตามที่ตกลง นายสมศักดิ์จึงอาจได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่ากระทรวงยุติธรรม หรือ กระทรวงศึกษาธิการ แทน โดย กระทรวงศึกษาธิการ มีชื่อของ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย อยู่ในโผด้วย

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งลาออกมาเป็นโฆษกพรรคพลังประชารัฐ จะได้เป็นรัฐมนตรี

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังคงเป็นโควตาของพรรคชาติไทยพัฒนา ตามเดิม โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรี

กระทรวงแรงงาน นายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง เลขาธิการพรรครวมพลังประชาชาติไทย อดีตทนายความของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส.เป็นรัฐมนตรี

กระทรวงการต่างประเทศ มีรายงานว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีจะยังคงเป็น นายดอน ปรมัตถ์วินัย เหมือนเดิม

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายจุติ ไกรฤกษ์ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐมนตรี

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ สามีของ นางนาที รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคภูมิใจไทย จะนั่งในตำแหน่งรัฐมนตรี

สำหรับกระทรวงใหม่คือ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะเป็นรัฐมนตรี

และกระทรวงวัฒนธรรม มี นายอิทธิพล คุณปลื้ม รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กลุ่มจังหวัดชลบุรี เป็นรัฐมนตรี

ล่าสุด พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สัมภาษณ์ ถึงความชัดเจน กรณีมีกระแสว่าจะควบตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วยหรือไม่ว่า “ยังไม่ทราบข่าวมาจากไหนกระแสข่าวก็คือกระแส ต้องคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว ส่วนภายในพรรคพลังประชารัฐไม่มีปัญหาอะไร สื่อเขียนกันไปกันมาจนเละเทะ อย่าทำให้ทุกอย่างเกิดความไม่เชื่อมั่นกันตั้งแต่วันนี้ ไม่มีอะไรที่ตั้งออกมาแล้วพอใจทุกคน”

พลเอกประยุทธ์ ยังระบุว่าต้องปรับตัวเองเหมือนกัน ใช้วิธีตัดสินใจเพียงคนเดียวไม่ได้เหมือนเดิมแล้ว แต่จะมีอำนาจในการตัดสินใจอีกครั้ง เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรี