News

ร้องธนาคารรับผิดชอบ ถูกปลอมลายเซ็นเช็ค 47 ครั้งถอนเงินกว่า 2.4 ล้านบาท

นายวีรวัฒน์ เลิศเกษมกุล อายุ 41 ปี ชาวอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าของบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าแห่งหนึ่ง นำเอกสารการเงินของบริษัทมาร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชน หลังถูกคนร้ายปลอมลายเซ็นเช็ค นำไปถอนเงินจากธนาคารแห่งหนึ่งถึง 47 ครั้ง มูลค่าความเสียหายกว่า 2,400,000 บาท เหตุเกิดตั้งแต่เดือนมีนาคม 2560 บริษัทถูกถอนเงินหลายครั้งโดยเขาไม่รู้มาก่อน เพิ่งทราบเรื่องเมื่อเดือนตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา จึงไปติดต่อไปยังธนาคาร

พบว่ามีการมีการปลอมลายเซ็นเช็คของเขาถอนเงินจำนวน 47 ครั้ง แต่ละครั้งถอนเงินจำนวน 20,000 - 50,000 บาท เขาจึงไปแจ้งความกับตำรวจภูธรแม่ปิง เพื่อติดตามตัวคนร้าย ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบเช็คจำนวน 47 ฉบับ ยืนยันว่าเป็นลายเซ็นปลอมทั้งหมด และพบพิรุธ พนักงานบัญชีรายหนึ่งของบริษัทของเขาเอง ไม่มาทำงานหลายวัน กระทั่งตำรวจตามไปจับตัว นายนิติพงษ์ วงค์พุทธคำ อายุ 32 ปี ได้ นายนิติพงษ์ รับสารภาพเป็นคนปลอมลายเซ็นเช็คของนายวีรวัฒน์ทั้งหมด 47 ฉบับ โดยนำเงินไปซื้อบ้านและรถยนต์

ล่าสุด เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นายนิติพงษ์ชดใช้เงินคืนให้จำนวน 2,000,000 บาท บาท คงเหลืออีก 400,000 กว่าบาท ซึ่งไม่มีเงินชดใช้ ตำรวจจึงแจ้งข้อหาลักทรัพย์และปลอมตั๋วเงิน

ล่าสุด วีรวัฒน์ เรียกร้องให้ธนาคารรับผิดชอบ ข้อหาประมาท ไม่มีการตรวจสอบเอกสารให้ละเอียด ทำให้คนร้ายถอนเงินไปถึง 47 ครั้ง โดยเรียกร้องค่าเสียหาย ค่าประมาทเลินเล่อ และค่าเสียเวลาจากธนาคารจำนวนเงิน 1,000,000 บาท

แต่ทางธนาคารส่งหนังสือกลับมา ระบุข้อความว่า "ธนาคารได้มีการตรวจสอบลายเซ็นเช็คอย่างละเอียดแล้ว ซึ่งถูกต้อง จึงให้มีการถอนเงินได้ และมีการถอนเงินต่อเนื่องกันหลายครั้งโดยลูกค้าไม่พบความผิดปกติ ธนาคารจึงขออภัยที่ไม่สามารถใช้เงินค่าเสียหายตามที่ร้องเรียนได้"

นายวีรวัฒน์บอกว่า กรณีความบกพร่องส่วนหนึ่งมาจากการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ธนาคาร ที่ไม่มีความรอบคอบในการตรวจสอบลายมือชื่ออย่างละเอียดว่าถูกต้องหรือไม่ ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นลูกค้าที่ติดต่อทำธุรกรรมร่วมกับธนาคารมาตลอด จึงน่าจะสังเกตเห็นความผิดปกติได้โดยง่าย เพราะปกติจะเป็นเช็คที่สั่งจ่ายให้กับบริษัทคู่ค้า แต่กลับสั่งจ่ายเข้าบัญชีส่วนตัวจึงอยากร้องขอความเป็นธรรมให้ธนาคารแสดงความรับผิดชอบและเป็นอุทาหรณ์กับผู้ใช้บริการรายอื่นๆ ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง