News

จับหัวหน้าเครือข่ายค้ายา ปั้นน้ำเป็นเงิน / จับผู้ต้องหาขนไอซ์ 596 กก.

ผู้ต้องหารายนี้คือ นายภูษิต อินอ่อน หรือ "บิว" อายุ 32 ปี หัวหน้าเครือข่ายยาเสพติด "ปั้นน้ำเป็นเงิน" และเป็นผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นำกำลังจับกุมตัวได้ที่บริเวณชายแดนของจังหวัดหนองคาย หลังนายภูษิต หนีไปหลบซ่อนตัวในประเทศลาว และถูกกดดันอย่างหนักจนต้องหนีกลับมา

พลตำรวจตรียิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 ระบุว่า ขบวนการดังกล่าวเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเริ่มขยายพื้นที่ลงมาถึงภาคกลาง และภาคใต้ โดยสั่งการลักลอบนำยาเสพติดมาเข้ามาขายในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ก่อนจะส่งขายไปยังต่างประเทศทางพื้นที่ภาคใต้ โดยมีธุรกิจบังหน้าเป็นโรงงานน้ำดื่มที่ประเทศเพื่อนบ้าน และรีสอร์ต ในจังหวัดกาฬสินธุ์ นอกจากนี้ยังมีการวางตัวเป็นผู้มีอิทธิพลเคยก่อเหตุหุ้มหญิงสาวที่เบี้ยวเงินค่ายาเสพติดจากหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และโทรขู่ฆ่าเจ้าหน้าที่ราชการระดับสูงที่ขัดขวาง และจับกุมพรรคพวกในเครือข่าย

เบื้องต้นจากการสอบปากคำผู้ต้องหานายภูษิตให้การปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าว โดยจากนี้เจ้าหน้าที่จะสอบปากคำอย่างละเอียด และต้องเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากภายหลังถูกจับกุมนายภูษิตพยายามอดข้าวอดน้ำ และมีท่าทีจะฆ่าตัวตาย สำหรับเครือข่ายดังกล่าวขณะนี้ถูกจับกุมไปแล้ว 4 คนยึดทรัพย์สินได้รวมกว่า 34 ล้านบาท


อีกคดีเกิดขึ้นที่จังหวัดชัยนาท พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการจับกุม นายกื้อ แซ่กือ อายุ 38 ปี ชาวจังหวัดตาก หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า จะมีกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด มาส่งมอบของบริเวณบึงฉวาก ในจังหวัดสุพรรณบุรี โดยใช้รถบรรทุก 6 ล้อ จึงเดินทางไปดักซุ่มจับกุมแต่ไม่พบ ต่อมาได้รับข้อมูลว่าจะมีการส่งมอบกันอีกครั้ง แต่เปลี่ยนไปที่จังหวัดชัยนาท และเปลี่ยนสถานที่อีกไปที่ ถนนบ้านช่องแคบ-หางน้ำสาคร อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ก่อนจะพบรถกระบะ 2 คัน และรถบรรทุก 6 ล้ออีก 1 คัน จึงเข้าจับกุมตัวนายกือ ส่วนผู้ร่วมขบวนการ 3 หลบหนีไปได้ ตรวจค้นภายในรถพบ ไอซ์น้ำหนักรวม 596 กิโลกรัม

นายกือ รับสารภาพว่า รับขนยาเสพติดมาแล้ว 3 ครั้ง โดยไม่ทราบว่าเจ้าของคือใคร จากนี้ตำรวจจะขยายผลไปจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่หลบหนี และผู้ที่อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีต่อไป