News

รายงานพิเศษ : ซ้อมอพยพผู้ป่วย รับมืออัคคีภัย

แม้จะมีการซักซ้อมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤต รับมืออัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นในโรงพยาบาลอย่างสม่ำเสมอ แต่ทุกครั้งก็ยังโกลาหล ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการสื่อสาร ซึ่งจะใช้เสียงมากกว่าอาณัติสัญญาณ หรือป้ายข้อความ จึงกลายเป็นตะโกนแข่งกันยิ่งต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในแนวดิ่งจากอาคารสูง 20 ชั้น พยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลกลางบอกว่า ยิ่งพบอุปสรรค เพราะเจ้าหน้าที่มีไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วย โดยเฉพาะในรายที่ต้องพ่วงอุปกรณ์ต่อสัญญาณชีพ ทั้งถังออกซิเจน เครื่องวัดชีพจร รวมถึงสายระโยงระยางทั้งน้ำเกลือและยาที่ให้ทางเลือด และเตียง ที่ไม่อาจถอดได้ เพราะจะส่งผลต่อสัญญาณชีพ นี่ยิ่งทำให้การเคลื่อนย้ายเป็นไปอย่างยากลำบาก หากเจ้าหน้าที่ขาดประสบการณ์หรือแข็งแรงไม่พอ

หัวใจสำคัญของการอพยพผู้ป่วยวิกฤตจากเหตุอัคคีภัยในโรงพยาบาลมีสติเพียงอย่างเดียวเห็นจะไม่พอ ต้องเข้าใจธรรมชาติและโรคของผู้ป่วยที่ต้องเผชิญอยู่ นี่เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นครูฝึกย้ำกับผู้เข้ารับการอบรม และยืนยันว่าสี่ส่วนที่ต้องคำนึงเสมอคือ จำนวนของผู้ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นญาติผู้ป่วย ตัวผู้ป่วย ผู้ใช้บริการในโรงพยาบาล รวมถึงตัวบุคลากรทางการแพทย์

อีกโจทย์สำคัญ คือทำอย่างไรให้ผู้ป่วยได้รับการส่งไม้ต่อเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีโดยไม่กระทบกับอาการป่วยที่เป็นอยู่ เนื่องจากการช่วยเหลือผู้ป่วยจากอัคคีภัยในโรงพยาบาล แตกต่างกับการช่วยผู้คนจากเหตุเพลิงไหม้อาคารสูงและโรงงานอุตสาหกรรมโดยสิ้นเชิง เพราะคนเหล่านี้ช่วยตัวเองได้ ต่างกับผู้ป่วยซึ่งแทบจะช่วยตัวเองไม่ได้ และพร้อมอาการกำเริบทันทีที่ขาดยารักษา นี่คือสิ่งที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลางยอมรับว่ายังเป็นกังวล

แม้วันนี้อัคคีภัยในโรงพยาบาลจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่หากประมาทขาดประสบการณ์ เมื่อภัยมาเยือนอาจกลายเป็นหายนะครั้งใหญ่ที่ต้องแลกมาด้วยชีวิตนับร้อย ที่แออัดในโรงพยาบาล และคงไม่ต่างกับสถานประกอบการที่มักละเลยมาตรการความปลอดภัย