ทลายเครือข่ายนำเข้าผลิตภัณฑ์เสริมความงาม

วันที่ 14 มิ.ย. 2562 เวลา 01:07 น.

Views

ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม อาทิ โบท็อกซ์ , ฟิลเลอร์ , กลูตาไธโอน สเต็มเซลล์ , รกแกะ และอื่นๆ อีกจำนวนเกือบ 400,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 80 ล้านบาทนี้ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย., กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ยึดมาได้จากการเข้าตรวจค้นบริษัทนำเข้า และจัดจำหน่ายสินค้าดังกล่าว รวมถึงโกดัง จำนวน 12 แห่ง ที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร

ซึ่งการตรวจยึดสินค้าดังกล่าว ก็สืบเนื่องมาจากในปัจจุบัน มีการโฆษณาให้บริการเกี่ยวกับความสวยความงาม และจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพ แพร่หลายทางสื่อโซเชียลมีเดีย มีการรับฉีดโบท็อกซ์ ฉีดฟิลเลอร์ ทั้งในคลินิกที่มีใบอนุญาตถูกต้อง ไปจนถึงการให้บริการกันในคลินิกห้องแถว ตามหอพัก-คอนโดมิเนียม หรือแม้กระทั่งในรถตู้ และมีข่าวผู้เข้ารับบริการได้รับอันตรายอยู่เสมอ ซึ่งก็มาจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพ จากการบริการที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งจากการสืบสวนของหน่วยงานที่ดูแลด้านนี้อยู่ ก็พบว่าต้นตอต้นเหตุมาจากการที่มีผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์เหล่านี้หลายรายนำไปขายให้กับลูกค้าหลายกลุ่ม ทั้งคลินิกเสริมความงาม , ผู้ใช้ทั่วไป รวมถึงผู้ที่สั่งซื้อ และนำไปให้บริการกับประชาชน ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้เป็นแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญ โดยสินค้าดังกล่าว พบว่าถูกส่งขายไปทั่วประเทศ

สาเหตุที่ทำให้มีผู้สั่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้เข้ามาจำหน่ายจำนวนมาก เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นเพราะมีการทำตลาดชักจูงใจผู้ที่รักสวยรักงาม มีการจัดโปรโมชันต่าง ๆเมื่อมีผู้ที่นิยมจำนวนมาก ก็เลยเป็นช่องทางให้ขบวนการเหล่านี้ ขยายตัวมากขึ้น

ซึ่ง อย.ได้ฝากเตือนประชาชน ที่อาจจะหลงเชื่อคำชักจูงใจ หลงเชื่อโปรโมชันต่าง ๆ ว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีคุณภาพ บางชนิดเป็นสินค้าที่ทำเลียนแบบสินค้าที่มียี่ห้อ และได้มาตรฐาน แต่ที่แย่ยิ่งกว่า คือ การนำของที่ไม่มีคุณภาพไปใช้กับประชาชน โดยผู้ที่ไม่ได้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ หรือ ไม่มีความชำนาญ ก็จะทำให้เพิ่มความเสี่ยงให้ได้รับอันตรายเพิ่มขึ้นไปอีก

ส่วนการดำเนินคดีกับบริษัทที่นำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ในเบื้องต้น จะเข้าข่ายเป็นความผิดหลายฐาน ทั้งความผิดตาม พ.ร.บ.ยา , พ.ร.บ.เครื่องสำอาง , พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า และ พ.ร.บ.ศุลกากร โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะขยายผลเข้าตรวจสอบสถานเสริมความงาม และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจะนำ พ.ร.บ.ฟอกเงิน มาดำเนินการเพื่อยึดทรัพย์กับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป