News

รายงานพิเศษ : ขยายผลคดี ปุ๊กกี้-สามี ค้ายาเสพติด

ความคืบหน้าคดีของ ปุ๊กกี้-สามี และชาวไต้หวัน ที่ร่วมกันค้าเคตามีนน้ำหนัก 5.2 กิโลกรัม ที่ซุกซ่อนอยู่ในที่เขี่ยบุหรี่เตรียมลักลอบนำออกนอกประเทศ ปุ๊กกี้ กับสามีรับว่าทำเป็นครั้งแรก ไม่มีดาราคนอื่นมาเกี่ยวข้อง แต่ตำรวจยังสงสัยว่าทั้งสองคนอาจผลิตยาเสพติดเองด้วย ลงสนามข่าวนี้กับคุณพิธพงษ์ จตุรพิธพร

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ควบคุมตัว นายหง เจิ้ง อี้ ชาวไต้หวัน นายชลวิทย์ คีตะตระกูล และนางสาวพริสซิลลา จิวเมลลี่ หรือ ปุ๊กกี้ ชาลาล่า อดีตนักร้อง ไปสอบปากคำที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด โดยรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำปุ๊กกี้และสามี ทั้งสองรับสารภาพว่าที่ผ่านมาเคยแต่เสพยาเสพติด ไม่เคยขายยาเสพติด ครั้งนี้ทำเป็นครั้งแรก โดยรับยาเสพติดมาจากเครือข่ายที่ย่านโชคชัย 4 และนำไปขายให้กับชาวไต้หวันที่โดนจับ แต่จากข้อมูลยังไม่มีดารา หรือนักแสดงคนอื่นมาเกี่ยวข้อง

ตำรวจไม่ปักใจเชื่อคำให้การของทั้ง 2 คน เนื่องจากสามีของปุ๊กกี้เคยต้องโทษคดียาเสพติดเมื่อปี 2549 ก่อนจะพ้นโทษออกมากระทำความผิดซ้ำอีก อีกทั้งระหว่างจับกุมพบสารเคมีในบ้าน โดยเฉพาะเบกกิ้งโซดา ที่พบมากหลายกล่อง ถือว่าผิดปกติ เพราะเบกกิ้งโซดา สามารถนำไปผสมกับยาเสพติดผ่านกระบวนการที่ในวงการเรียกว่า Crack เพื่อเพิ่มปริมาณได้ ต้องรอให้สำนักงาน ป.ป.ส. ตรวจสอบอย่างละเอียดว่า อุปกรณ์และสารที่ตรวจพบสามารถทำปฏิกิริยาได้หรือไม่

โดย ปุ๊กกี้ และสามี ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันมียาเคตามีนหรือยาเสพติดประเภท 2 ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมีไอซ์ ยาบ้า และเอ็กซ์ตาซี ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนผู้ต้องหาชาวไต้หวันถูกแจ้งข้อหาร่วมกันมียาเคตามีนไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต ระหว่างที่ปุ๊กกี้ออกจากห้อง ทีมข่าวได้พยายามถามเธอในหลายประเด็นก็ไม่ได้รับคำตอบใด ๆ

หลังจากนี้ตำรวจจะเร่งสอบปากคำให้แล้วเสร็จภายใน 48 ชั่วโมงตามกฎหมาย ก่อนจะนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ในวันพฤหัสบดีนี้ ทั้งนี้ต้องรอผลการตรวจสอบพยานหลักฐานในที่จับกุม และผลการตรวจเส้นทางการเงินว่ามีการเชื่อมโยงไปถึงใครหรือไม่